
กรมชลฯชงแผนเร่งด่วนแก้แล้ง-ฝนทิ้งช่วงเสอนายกฯ
กรมชลฯชงแผนเร่งด่วนเสนอนายกฯแก้ภัยแล้ง-ฝนทิ้งช่วง ระบุยังไม่แล้งวิกฤติ ยันปีนี้ทั่วประเทศ มีน้ำต้นทุนมากกว่า 58 ที่เป็นปีน้ำสองเขื่อนใหญ่วิกฤตน้อยสุดของไทย
24 กรกฎาคม 2562 อธิบดีกรมชล เผยลุ่มเจ้าพระยา ใช้น้ำเกินแผน 1.5 พันล้านลบ.ม.พื้นที่เพาะปลูกขยายมากกว่าแผน 1.2 ล้านไร่ ด้านสนน.เตือนน้ำ 19 เขื่อนใหญ่น้อยวิกฤติ ส่วนเขื่อนอุบลรัตน์ ดึงน้ำก้นเขื่อนมาใช้แล้ว 16 ล้านลบ.ม.”
นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 8/2562 โดยมีนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานและมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและเสนอมาตรการแก้ไข ป้องกัน ผลกระทบต่อประชาชนในภาวะวิกฤติช่วงฤดูแล้งนั้น
นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ร่วมกับผู้แทนกรมทรัพยากรน้ำและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเสนอผลวิเคราะห์คาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนซึ่งทบทวนใหม่จากสถานการณ์ปัจจุบันและการพยากรณ์อากาศระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 31 ตุลาคม 2562 เพื่อให้ทราบปริมาณน้ำต้นฤดูแล้ง ประจำปี 2562/2563 และปรับแผนการจัดสรรน้ำในการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศน์ ภาคเกษตร และภาคอุตสาหกรรม
ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำปัจจุบันพบว่า มีปริมาตรน้ำรวม 38,665 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47% ของความจุอ่างทั้งหมด แบ่งเป็น ภาคเหนือ 9,183 ล้าน ลบ.ม. (34%) ภาคกลาง 508 ล้าน ลบ.ม.(20%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,246 ล้าน ลบ.ม.(33%) ภาคตะวันตก 18,284 ล้าน ลบ.ม.(68%) ภาคตะวันออก 1,120 ล้านลบ.ม. (36%) ภาคใต้ 5,323 ล้านลบ.ม. (58%) และศักยภาพน้ำบาดาล 1,228 ล้าน ลบ.ม.ต่อเดือน โดยมีน้ำต้นทุนทั่วประเทศมากกว่าปี 2558 ซี่งเป็นปีน้ำสองเขื่อนใหญ่วิกฤติที่สุดของประเทศ(เขื่อนภูมิพล เหลือน้ำระบายได้เพียง123ล้านลบ.ม.หรือ 1.28% และเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำ 280ล้านลบ.ม.หรือ 4.21%)
โดยปีนี้ยังมีน้ำมากกว่าปริมาณ 2,293 ล้าน ลบ.ม. หรือ 7% แต่มีน้ำน้อยกว่าปี 2561 ปริมาณ 11,904 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 25% มีอ่างเก็บน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำน้อยกว่า 30% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังสูงสุดได้แก่ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 19 แห่งและอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีก 151แห่ง
ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพบว่า การที่ปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อยแม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝนแล้ว มีสาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ ปริมาณฝนตกช่วงฤดูฝนปี’61 ตกน้อยกว่าค่าปกติประมาณ 10%–17% การเพาะปลูกในฤดูแล้งปี 61/62 เกินแผน โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเกินกว่าแผนถึง 1.2 ล้านไร่
ทำให้ต้องจัดสรรน้ำมากกว่าแผน 1,528 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 20% และฝนตกจริงน้อยกว่าการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ประมาณ 30%-40% ในภาคเหนือ กลาง และตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ จึงทำให้ต้องระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำให้พื้นที่การเกษตรเกินกว่าที่กำหนดไว้
สำหรับมาตรการรับภาวะฝนทิ้งช่วงตั้งแต่ต้นฤดูฝนนั้นได้ทบทวนปรับแผนการจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการสำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายไว้ล่วงหน้าเพื่อออกมาตรการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ฝนตกน้อยและอาจมีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน 83 อำเภอ 20 จังหวัด
ทั้งนี้แบ่งเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 35 อำเภอ 10 จังหวัดภาคใต้ 27 อำเภอ 8 จังหวัด ภาคเหนือ 18 อำเภอ 6 จังหวัด และภาคตะวันตก 3 อำเภอ 1 จังหวัด ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณามาตรการรับมือภัยแล้งในช่วงฤดูฝนทั้งมาตรการเร่งด่วน ระยะสั้น และระยะยาวที่เพิ่มความเคร่งครัดมากขึ้นเพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีโดยเร่งด่วน
ด้านเวปไซส์สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สนน.) แจ้งเตือน 19เขื่อนขนาดใหญ่มีน้ำใช้การน้อยวิกฤต(%ใช้การฯ) : เขื่อนอุบลรัตน์(-1%),เขื่อนสิรินธร(2%),เขื่อนจุฬาภรณ์(3%),เขื่อนป่าสักฯ(4%),เขื่อนสิริกิติ์(5%),เขื่อนภูมิพล(6%),เขื่อนคลองสียัด(6%),เขื่อนแควน้อย(10%),เขื่อนกระเสียว(10%),เขื่อนแม่กวง(11%),เขื่อนทับเสลา(13%),เขื่อนน้ำพุง(14%),เขื่อนขุนด่านปราการชล(14%),เขื่อนลำพระเพลิง(14%),เขื่อนนฤบดินทรจินดา(16%),เขื่อนวชิราลงกรณ(17%),เขื่อนห้วยหลวง(17%),เขื่อนศรีนครินทร์(18%),เขื่อนลำปาว(19%)
ในส่วนเขื่อนลุ่มเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีน้ำใช้การน้อยวิกฤติ รวม 1,369 ล้านลบ.ม. ระบายวันละ 47.76 ล้านลบ.ม. เช่น เขื่อนภูมิพล มีน้ำใช้การได้จริง 777ล้านลบ.ม.ระบายวันละ25ล้านลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 455ล้านลบ.ม.ระบาย20.15ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อย 91ล้านลบ.ม.ระบาย 1.91ล้านลบ.ม.เขื่อนป่าสักฯ 40ล้านลบ.ม.ระบาย7แสนลบ.ม.
สำหรับปริมาณน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ ติดลบ16ล้านลบ.ม.ระบาย5แสนลบ.ม. เขื่อนสิริธร 34ล้านลบ.ม.ระบาย 9แสนลบ.ม.เขื่อนจุฬาภรณ์ 6ล้านลบ.ม.ระบาย5แสนลบ.ม. เขื่อนคลองสียัด 25 ล้านลบ.ม.ระบาย1แสนลบ.ม.เขื่อนกระเสียว29ล้านลบ.ม.ระบาย5หมื่นลบ.ม. เขื่อนแม่กวง 50ล้านลบ.ม.ระบาย5.8แสนลบ.ม. เขื่อนทับเสลา 21ล้านลบ.ม.ระบาย8หมื่นลบ.ม. เขื่อนน้ำพุง 24ล้านลบ.ม.งดการระบาย เขื่อนขุนด่าน 31 ล้านลบ.ม.ระบาย1แสนลบ.ม. เขื่อนลำพระเพลิง 22ล้านลบ.ม.งดการระบาย เขื่อนนฤบดินทรจินดา 46ล้านลบ.ม.งดการระบาย เขื่อนวชิราลงกรณ 1,490ล้านลบ.ม.ระบาย 10.92 ล้านลบ.ม. เขื่อนห้วยหลวง 23ล้านลบ.ม.ระบาย 1.6แสนลบ.ม. เขื่อนศรีนรินทร์ 3,277 ล้านลบ.ม.ระบาย14.01ล้านลบ.ม. เขื่อนลำปาว 384 ล้านลบ.ม. ระบาย 5.07ล้านลบ.ม.



