ข่าว

ผวา!เอกชนผุดโรงไฟฟ้าชีวมวลอบต.เปิดเวทีถก-ฟังเสียงชาวบ้าน

ผวา!เอกชนผุดโรงไฟฟ้าชีวมวลอบต.เปิดเวทีถก-ฟังเสียงชาวบ้าน

20 พ.ย. 2552

ชัยภูมิ - อบต.นาเสียว เมืองชัยภูมิ รุดเปิดเวทีประชาคมหมู่บ้าน ตื่นตัวผวาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หลังบริษัทเอกชนเดินหน้าเตรียมขอสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤช แฝงนาฝาย นายก อบต.นาเสียว จ.ชัยภูมิ ร่วมกับนายสนิตย์ จองโพธิ์ เจ้าของบริษัท วนสนิตย์ กรีนเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด เปิดเวทีประชาคมชาวบ้านนาไก่เซา หมู่ 6 จำนวน 96 หลังคาเรือน กว่า 100 คน  ณ วัดบ้านนาไก่เซา ต.นาเสียว อ.เมือง จ.ชัยภูมิ หลังบริษัทดังกล่าวมีการจัดซื้อที่ดินภายในหมู่บ้านแล้วกว่า 20 ไร่ และอยู่ระหว่างเตรียมขอยื่นจดทะเบียนก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดเล็ก (200 Kw) มูลค่าการลงทุนเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท ในพื้นที่ของหมู่บ้านนาไก่เซา

  นายสนิตย์ กล่าวว่า บริษัทจะแบ่งส่วนเป็นเนื้อที่ตั้งโรงงานไฟฟ้าในเนื้อที่ 1 ไร่เศษ ส่วนที่ดินที่เหลือกว่า 15 ไร่ จะเปิดเป็นโรงงานรับซื้อเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าจากวัสดุเศษไม้สับ ซังข้าวโพด มันสำปะหลัง ไม้ยูคาลิปตัส และต้นกฐินยักษ์ ที่มีจำนวนมากในพื้นที่ เป็นการสร้างรายได้ให้คนในชุมชน เพื่อผลิตไฟฟ้าจำหน่ายให้การไฟฟ้าภูมิภาคแห่งประเทศไทย และให้ประชาชนได้ใช้ครอบคลุมทั้งหมดของเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ จึงมีความจำเป็นต้องจัดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความเข้าใจก่อนว่าจะไม่มีการก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามมาในอนาคตแต่อย่างใด
 
 ขณะที่ในเวทีประชาคมชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่มีความมั่นใจว่าการเข้ามาตั้งโรงงานไฟฟ้าดังกล่าวในพื้นที่จะไม่เกิดผลกระทบตามมา โดยนายสุระ สุขี ชาวบ้านนาไก่เซา หมู่ 6 ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า การชี้แจงของตัวแทนโรงงาน ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะไม่มีผลกระทบตามมา ทั้งเรื่องมลพิษทางอากาศจากการเผา การจัดจ้างแรงงานในพื้นที่ก็เป็นส่วนน้อยคือมีการจ้างแรงงานในพื้นที่ได้เพียง 7-8 คน รวมทั้งเรื่องมลพิษจากน้ำเสียที่จะมีตามมา ดังนั้น ยังต้องการทราบข้อมูลยืนยันมากกว่านี้ ถึงแม้จะมีส่วนดีในการสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ และเกิดแหล่งพลังงานทดแทนก็ตาม

 ทั้งนี้ ในเวทีชาวบ้านส่วนใหญ่ได้รับข้อเสนอของบริษัทว่า จะมีการพาตัวแทนชาวบ้านที่ยังหวั่นว่าจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไปดูงานผลการวิจัยโรงไฟฟ้าชีวมวล ที่มหาวิทยาลัยสุรนารี จ.นครราชสีมา เพื่อนำกลับมาเข้าสู่เวทีประชาคมสร้างความเข้าใจชาวบ้านก่อนอีกครั้ง และพร้อมที่จะลงไปส่งเสริมเรื่องการสร้างอาชีพปลูกต้นไม้ยูคาลิปตัสพืชทดแทนให้ราษฎรในพื้นที่ตัดป้อนให้โรงงานในอนาคตด้วย

 นายกฤช กล่าวว่า ท้องถิ่นมีหน้าที่กำกับดูแลราษฎร จึงต้องประสานให้เกิดความเข้าใจต่อประชาชนให้มากที่สุด เวทีต่อไปควรมีหลายฝ่ายที่ต้องเชิญมาร่วมเพื่อสร้างความเข้าใจให้มากขึ้น ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นักวิชาการ ก่อนจะอนุมัติให้มีการดำเนินการใดๆ จากนี้ไปจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจต่อประชาชนให้ชัดเจนโดยจัดเวทีประชาคมไม่น้อยกว่า 3-4 ครั้ง