
ฆ่าโหดขันชะเนาะช่างไม้ทิ้งคูน้ำที่พุทธมณฑล
ตร.สันนิฐานเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20 ช.ม. สอบสวนทราบเป็นช่างไม้ชาวสุโขทัย ทำงานอยู่หมู่บ้านสมพงษ์ อ.พุทธมณฑล
เมื่อเวลา 14.30 น.ของวันที่ 19 พ.ย.52 เมื่อ รตอ.ชาญชัย นาคทอง ร้อยเวร สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกฆ่าทิ้งนอนตะแคงอยู่ในคูน้ำข้างทุ่งนา ถนนเลียบคลองโยง 2 ก.ม. หมู่ 1 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จึงรายงานให้ พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ฝ่ายปราบปราม พตอ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พตอ.สมชาย รักเสนาะ ผกก.ศสส.ภ.7 พตอ.สุรพจน์ พิสุทธิวงศ์ ผกก.สภ.พุทธมณฑล พตท.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม รอง ผกก.สส.พร้อมแพทย์เวร ร.พ.พุทธมณฑล มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ร่วมเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบศพชายไทยนอนตะแคงจมอยู่ในน้ำโผล่ข้างขึ้นมาครึ่งซีก จึงให้นำขึ้นมาจากน้ำ สภาพศพหน้าซีดลิ้นจุกปาก ที่ลำคอถูกมัดด้วยผ้าขนหนูขันชะเนาะติดกับท่อนไม้กลมของกิ่งมะยม ยาว 1.5 เมตร ที่มือทั้ง 2 ข้างถูกมัดไขว้หลังรวมกันด้วยเชือกกล้วย ขาทั้ง 2 ข้างถูกมัดรวมกันด้วยเชือกกล้วยเช่นกัน ที่ศรีษะด้านหลังมีรอยถูกตีด้วยของแข็งจนหนังเปิดเห็นกะโหลกเป็นแผลใหญ่ ที่หน้าผากยังมีรอยถูกมีดกรีดเป็นแผลยาวประมาณ 1 นิ้ว สวมเสื้อยืดสีขาวนุ่งทับ สวมเฃกางเกงขายาวสีดำ มีเข็มขัดคาดติดอยู่ที่เอว ในกระเป๋ากางเกง พบเงินสด จำนวน 520 บาท และยังพบแผ่นกระดาษสีขาวเขียนเบอร์โทรศัพท์ด้วยหมึกสีแดง แพทย์สันนิฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 20 ช.ม. จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุพบแต่รอยเท้าย่ำโคลน และยังมีรอยเลือดหยดเป็นทาง จากบนคันนา จึงให้นำศพส่งกองพิสูจน์หลักฐาน
จากการสอบสวนชาวบ้านที่พบศพ ทราบว่าขณะที่ชาวบ้านเดินออกไปดูข้าวในทุ่งนาที่เกิดเหตุ ในตอนบ่าย เมื่อเดินไปที่คันคูน้ำคันนา จะข้ามเข้าไปในนา จึงเห็นศพนอนตะแคงจมอยู่ครึ่งตัวในลักษณะตะแคง มีผักตบชวากลบอยู่ จึงไปเขี่ยดูจึงพบศพแล้วมาแจ้งชาวบ้านให้แจ้ง ตร.มาตรวจ แต่ไม่เห็นใครเดินมาแถวนี้ เพราะเป็นนาเปลี่ยวและยังเป็นคูน้ำอีก และไม่ทราบว่าเป็นใคร จากนั้น ตร.จึงได้ติดต่อโทรศัพท์ไปยังเบอร์ที่เขียนอยู่ในกระดาษที่พบในตัวผู้ตาย จึงทราบว่าผู้เสียชีวิตคือนายผิน คำทองคง อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116/1 หมู่ 1 ต.นาทุ่ง อ.สวรรค์โลก จ.สุโขทัย ทำงานเป็นช่างไม้อยู่ในหมู่บ้านสมพงษ์ หมู่ 1 ต.คลองโยง อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
จากนั้น ตร.ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านสมพงษ์ ทราบว่าผู้ตายมีเพื่อนสนิทที่ชอบทานเหล้ากันอยู่เป็นช่างไม้ด้วยกัน 3-4 คน หนึ่งในจำนวนนั้นคือนายณรงค์ โพธิ์ศรี อายุ 30 ปี จึงเชิญตัวมาสอบสวน ซึ่งนายณรงค์ให้การว่ารู้จักกันกับผู้ตายมานาน ร่วมปี โดยเคยทำงานเป็นช่างไม้ด้วยกันมาหลายที่ จนตนเองนั้นแยกไปทำงานอื่น จนเมื่อมาเจอกันอีกครั้งหนึ่งที่หมู่บ้านสมพงษ์ เนื่องจากต้องการคนงานช่างไม้มาต่อเติมบ้านตนเองเลยมาสมัครและทำงานได้เพียง 3-4 วันเท่านั้น ซึ่งล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย.52 ผู้ตายได้มาที่บ้านพักภายในหมู่บ้านสมพงษ์ บ้านที่ตนเองพักอยู่ แล้วมาเอ่ยปากขอยืมรถ จยย.ฮอนด้า ของตนเองไปโดยบอกว่าจะขอยืมไปธุระ ซึ่งภรรยาตนก็ไม่ขัดให้ยืมไป แล้วหายไปเลย ซึ่งตนเองก็พยายามสอบถามหาตัวผู้ตายและรถ จยย.จะเอาคืนเพราะไม่มีรถไปซื้อของ เตรียมที่จะมาแจ้งความ แต่ก็ไม่พบกับ ตร.ก่อนว่านายผิน เสียชีวิตไปแล้ว และ รถ จยย.ที่ยืมไปก็ไม่มีอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ตร.จึงบันทึกปากคำไว้
ทางด้าน พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 ที่เดินทางมาสอบสวนด้วยได้เผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุแล้ว คนร้ายน่าจะฆ่าทิ้งมาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งยังที่เกิดเหตุ และทำไมคนร้ายต้องใช้วิธีการโหดเหี้ยม ใช้ขันชะเนาะศพ ดูจากบาดแผลที่ตีก็ตายแล้วไม่ต้องขันชะเนาะ แสดงว่าผู้ตายน่าจะรู้จักกับคนร้ายอย่างดี และดูจากการมัดมือมัดเท้าและมัดคอ นั้นดูเรียบร้อยเหมือนเป็นช่างไม้ด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ตั้งประเด็นไว้ ฆ่าชิงทรัพย์ หรือฆ่าในเรื่องส่วนตัว ซึ่งจะต้องนำคนงานมาสอบสวนให้ละเอียด คาดว่าคดีนี้ไม่ยาก คืบหน้าจะนำเสนอต่อไป



