ข่าว

ราคาน้ำมันพุ่งดันใช้แอลพีจีเพิ่มยอดนำเข้าต.ค.เพิ่มกว่าแสนตัน

ราคาน้ำมันพุ่งดันใช้แอลพีจีเพิ่มยอดนำเข้าต.ค.เพิ่มกว่าแสนตัน

20 พ.ย. 2552

ราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ดันยอดการใช้แอลพีจีเพิ่มขึ้น เผยเดือน ต.ค.นำเข้าแล้วกว่าแสนตัน ด้าน "บางจาก" โอดต้นทุนเพิ่มขึ้น เตรียมปรับฐานค่าการตลาดเป็น 1.70 บาทต่อลิตร

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้มีการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี เป็นพลังงานทดแทนมากขึ้น ประกอบกับการที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติโรงที่ 6 ของ บมจ.ปตท. ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เพราะติดปัญหาการฟ้องร้องคดีในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จึงทำให้การใช้แอลพีจีสูงเกินคาดการณ์ โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีการนำเข้าแอลพีจีกว่า 1 แสนตัน และหากโรงแยกก๊าซยังติดปัญหา อาจทำให้การนำเข้าสูงในระดับนี้ตลอดปี 2553 ซึ่งจะเป็นภาระของประเทศที่ต้องมีมูลค่านำเข้าสูงขึ้น

 ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องมีภาระรายจ่ายส่วนต่างนำเข้าให้แก่ ปตท. ที่ต้องนำเข้าแอลพีจีสูงขึ้นเช่นกัน โดยกระทรวงกำลังพิจารณาจะเพิ่มเพดานส่วนต่างการนำเข้าเพิ่มจาก 500 ล้านบาทต่อเดือน เป็น 800-1,000 ล้านบาทต่อเดือน

 ด้านนายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า ปี 2553 บางจากมีแผนจะปรับฐานค่าการตลาดเฉลี่ยจาก 1.50 บาทต่อลิตร เป็น 1.70 บาทต่อลิตร เพราะธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมีต้นทุนและค่าบริหารจัดการเพิ่มขึ้น ซึ่งยอมรับว่าการปรับขึ้นค่าการตลาด อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะจะทำให้ราคาหน้าปั๊มเพิ่มขึ้นประมาณ 20 สตางค์ต่อลิตร

 ขณะที่นายปรัชญา ภิญญาวัธน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.  กล่าวว่า ปตท.ยังไม่มีแผนปรับฐานค่าการตลาดในปี 2553 จากปัจจุบันค่าการตลาดที่ 1.50 บาทต่อลิตร เนื่องจากมองว่าค่าการตลาดระดับดังกล่าว ผู้ค้าน้ำมันก็พออยู่ได้ โดยค่าการตลาดเฉลี่ยของ ปตท. อยู่ที่ 1.30-1.40 บาทต่อลิตร