@@ ในฐานะตัวแทนสื่อ บางทีเราก็จำเป็นต้องนำเสนอข่าว เราอยากให้ทุกคนได้ความยุติธรรมนะ แต่พอมันซ้ำๆ บ่อยๆ มันทำให้ภาพความเจ็บช้ำนั้นเกิดขึ้นมาอีกรึเปล่าครับ มีกระทบจิตใจคุณพ่อคุณแม่รึเปล่า
พ่อ : ความทุกข์ หรือความเศร้าโศกเสียใจ มันก็ยังคงมีอยู่ ยอมรับว่าทุกครั้งที่มีข่าว ความรู้สึกเดิมๆ ก็กลับมาแต่พวกเราก็เข้าใจสื่อ เข้าใจสังคมแหละครับ เป็นธรรมดาเพราะถ้าสื่อไม่นำเสนอข่าว เราก็อาจจะต้องต่อสู้ อย่างโดดเดียว
@@ ต่อสู้มา 9 ปีเต็มๆ ตอนนี้ศาลตัดสินเรียบร้อยแล้ว ทั้งทางแพ่ง และทางอาญา พอใจกับคำตัดสินทั้งหมดไหมครับ?
พ่อ : การฟ้องร้องในคดีแพ่ง ทางฝ่ายที่กระทำไม่ได้ยื่นเสนอว่าจะเยียวยาเรา ก็เลยต้องฟ้องตาม กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเราก็เคารพในการตัดสินของศาล แน่นอนครับเราในฐานะฝ่ายผู้เสียหาย ทางทนายเขาก็บอกไว้ว่าเมื่อศาลตัดสินมา มันก็จะได้น้อยกว่าที่เราฟ้องไปอยู่แล้ว แต่ก็ยอมรับครับ ศาลให้มาเท่าไหร่เราก็เท่านั้น มีผู้เสียหายทั้งหมด 28 คน รวมๆ กันแล้วประมาณ 26 ล้านบาท แล้วก็มาเฉลี่ยกันแต่ละคนมีครอบครัว มี ผลกระทบที่ได้รับไม่เท่ากัน แต่จำเลยกลับยื่นอุทธรณ์ว่ามากเกินไป เสียมากไปหรือ ถ้าเสียก็ต้องให้รถตู้มาเสียด้วย พอศาลอุทธรณ์ลดจำนวนเงินเราหนึ่งในห้า พวกเราก็ต้องใช้สิทธิ์ฎีกา เพราะเห็นว่าน้อยอยู่ แล้วทำไมต้องลดลงไปอีก ซึ่งศาลฎีกาท่านก็เมตตากลับไปที่ศาลชั้นต้น ก็พอใจ เพราะเราก็ขอแค่นั้นแหละครับไม่ได้ขอมากกว่านั้น คิดว่าน่าจะจบ แต่ก็ยังไม่จบเพราะว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลฎีกา เพราะยังไม่ได้เงิน
@@ ระหว่างทาง 9 ปีที่ผ่านมา ทางฝั่งนั้นเขามีความพยายามที่จะให้เรื่องมันจบตั้งแต่ศาลชั้นต้นเลยไหม
แม่ : 9 ปีที่ผ่านมา ทางครอบครัวคุณพ่อกับคุณแม่ไม่เคยได้รับการติดต่อจากเขาเลยแม้สักครั้งเดียว เงินช่วยเหลือไม่เคยได้รับสักบาทเดียว ไม่เคยมางานศพ ก็เคยเจอครั้งหนึ่งที่ศาล ก็ไม่มอง ไม่เข้ามาขอโทษ
@@ เป็นไปได้ไหมครับว่าตอนนั้นเค้ายังเด็ก อาจจะทำตัวไม่ถูก หรือทนายความเขาอาจจะแนะนำแบบนี้ ว่าการรีบแสดงความเสียใจ หรือการขอโทษ มันอาจเป็นการยอมรับในชั้นศาลไปโดยปริยาย แล้วอาจจะมีผลต่อรูปคดีรึเปล่า
พ่อ : คือพวกเราเข้าใจว่าเด็ก หรือเยาวชนอายุ 17 ปี ก็มีผู้ปกครอง พ่อแม่หรือทนายความแนะนำให้ปฏิบัติ เขาก็คงตั้งข้อต่อสู้ไว้ว่า ไม่ว่าจะอาญาหรือแพ่ง ก็ปฏิเสธต่อการสอบสวนว่าไม่ได้ทำผิด ตั้งว่าจะสู้คดี จะไม่จ่าย เหมือนแบบว่าถ้าอยากได้ก็ไปฟ้องเอา อย่างที่ทางทนายความได้พูดกับผู้เสียหายบางท่าน ประมาณว่า “อยากได้ก็เหนื่อยหน่อยนะ” ประมาณนี้แต่มากกว่านี้แหละครับ ไม่ได้พูดกับผมนะ แต่พูดกับผู้เสียหายท่านอื่น แล้วเขามาเล่าให้ฟังว่า อาจจะแค่เปรยๆ ให้รู้ว่าเราถ้าอยากได้เงินชดใช้ ก็เหนื่อยหน่อย นานหน่อยหรือบางคนอาจจะตายไปก่อนก็ได้
@@ ถ้าอย่างนั้นในระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ญาติหรือครอบครัวของ 9 ผู้สูญเสีย ทุกคนยังอยู่ครบมั้ยครับ ?
พ่อ : ก็มีพ่อของน้องตรองที่เสียไปจาก หลังจากที่เสียน้องตองไปเขาก็ตรอมใจ คือทุกครั้งที่ไปประชุมผู้เสียหายฟ้องคดี อาญาหรือแพ่ง คุณพ่อก็ไปด้วยแต่พูดไม่ออก ร้องไห้ตลอด หลังจากนั้น 1 ปีก็เสียชีวิตเหลือแค่คุณแม่สู้ต่อ
@@ ตอนนี้มันมีคำสั่งศาลออกมาแล้วแบบนี้ โอเคไหม พอใจไหมครับ?
พ่อ : คือเราญาติๆ ก็ดีใจว่ามันจบสักที เพราว่าทางจำเลยเขาบอกมาในเอกสารว่าถ้าคดีถึงที่สุดแล้ว ทางเขาพร้อมที่จะชำระทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย เขาก็อ้างมานะครับ เราไม่ได้ไปพูดเอง ซึ่งเอกสารก็ยื่นต่อศาลขอทุเลาการบังคับคดี, การจ่ายค่าธรรมเนียม รวมทั้งค่าเสียหายทั้งหมด หลังจากที่ศาลชั้นแรกพิพากษา ว่าถึงที่สุดแล้วยังไงก็ ถ้าเราชนะแล้วเราก็จะได้รับการเยียวยาจากฝ่ายจำเลย
@@ หลังเริ่มมีกระแสข่าวออกมาแล้ว ทางราชสกุลก็ออกมาบอกว่าขอให้ผู้ที่กระทำความผิด เมื่อศาลตัดสินแล้ว พยายามชดใช้เยียวยาตามที่ศาลตัดสิน แล้วทางที่ตัวคุณแม่ของน้องเอง ก็บอกว่าขอเวลาอีกหน่อยจะพยายามขายที่ดินให้ได้ แล้วนำเงินมาชดใช้
แม่ : พูดจริงๆ นะคะคุณต๊ะ ในฐานะของคนเป็นแม่ที่สูญเสียลูกสาว แม่พูดด้วยความจริงใจ แม่สงสารคุณแพรวา (รวินภิรมย์) เมื่อคืนยังคุยกับพ่ออยู่เลยว่า น้องเขาจะอยู่ในสังคมยังไง สงสารพ่อแม่เขา คือจริงๆ แล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องมา หากครอบครัวของเขาหรือน้อง กล่าวคำขอโทษสักคำกับญาติ หรือแสดงความรับผิดชอบสักนิดนึง เรื่องราวมันคงจะไม่ลามมาถึงตอนนี้ ตอนนี้ญาติทุกคนที่ร่วมกันต่อสู้ ก็รู้สึกเจ็บปวด ตลอด ระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา สมมุติว่าถ้าครอบครัวหรือน้องแพรวามาขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบ เราอาจจะได้เป็นญาติพี่น้องที่ช่วยดูแลซึ่งกันและกัน เพราะว่าพอเราเห็นครอบครัวทั้ง 9 ชีวิตที่เสียไปแล้วเนี่ยรู้สึกสงสารกันหมด เราก็เลยไม่ได้ทอดทิ้งกัน เรามีกลุ่มไลน์คุยกันทุกวัน มีข่าวอะไรเราก็จะส่งต่อกัน พูดจริงๆ เลยนะว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากพ่อแม่เขา ถ้าเขาแสดงความรับผิดชอบตั้งแต่แรก เรื่องมันก็จะไม่ถึงวันนี้ แล้วที่คุณลัดดาวัลย์ให้ข่าว แม่ก็ไม่ได้ดูนะ แม่มาฟังย้อนหลังเมื่อคืน มันช้าไปไหม 9 ปีแล้ว มีกระแสสังคมออกมากดดัน
@@ ถ้าวันนี้ ทางฝั่งครอบครัวแพรวาจะนัดเจอ กราบขอขมา กล่าวขอโทษอย่างจริงใจ ยังพร้อมจะให้อภัยไหม
แม่ : แม่ให้อภัยค่ะ แต่จะมากราบขอโทษอะไรตอนนี้มันไม่ต้องแล้ว แต่แม่ให้อภัยจริงๆ อโหสิให้ ญาติๆทุกคนก็ไม่ได้ติดอะไร เพียงแต่ สิ่งเดียวที่ญาติติดเลยคือ เขาไม่ได้รับความยุติธรรมค่ะคุณต๊ะ กว่า 9 ปีที่ต่อสู้กันมาบางคนอยู่ไกลถึงภูเก็ต เชียงใหม่ ลำปาง ยังไม่ได้รับสักบาทเดียว มันก็เจ็บปวดนะ คือทุกครั้งที่เราจะต้องขึ้นศาล หรือทุกครั้งที่เราต้องเจอกัน เราสะเทือนใจ ย้อนกลับมาคิดถึงเหตุการณ์เก่า อย่างคุณแม่เอง ลูกเสียวันที่ 27 ธันวาคม มันเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ จริงๆ นะคุณต๊ะ วันตายลูกเราลืมวันนั้นไม่ได้นะ เอาลูกเราไปช่วงปีใหม่ ตัวเรานอนเฝ้าศพลูก แต่คนอื่นมีความสุข ความรู้สึกเป็นแบบนี้ทุกปี มันเป็นช่วงเทศกาลทีทรมานที่สุดสำหรับแม่ เวลาใกล้ถึงวันที่ 27 ธันวาในกลุ่มไลน์ทุกคนก็จะถามกันว่า ใครไปทำบุญที่ไหน ใคร อยู่วัดไหน มันเป็นแบบนี้ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา (ร้องให้)