ข่าว

"เจริญ"โผล่สภาฯยอมรับเลี่ยงภาษีนมโรงเรียนมา2ปี

"เจริญ"โผล่สภาฯยอมรับเลี่ยงภาษีนมโรงเรียนมา2ปี

04 มี.ค. 2552

"เจริญ"โผล่รับกลางกมธ.เลี่ยงภาษี 2 ปี แฉเป็นเงินเกือบพันล้าน ลั่นจับโจรได้แล้ว ชงนายกฯ เชือดพรุ่งนี้ เตรียมส่งดีเอสไอ-ปปช.-ผู้ตรวจการแผ่นดินสาวผู้อยู่เบื้องหลัง เชื่อนักการเมืองมีเอี่ยวจากมติครม. 30 พ.ย. 2548 เปิดช่องนำเข้านมผงผสมให้เด็กดื่ม เด็กอนุบาลพ

      (4มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาปัญหานมโรงเรียนไม่มีคุณภาพ และมาตรฐาน โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ประกอบด้วย นายเจริญ เดชเกิด ตัวแทนผู้ประกอบการส่งนมรายใหญ่ในโซน 2 ภาคใต้ นายวิศวะ คงแก้ว ผอ.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร นายสมศักดิ์ จันทร์รุ่ง ตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนกรมสรรพากร พร้อมตัวแทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ.)ตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เข้าสังเกตการณ์ 
      ภายหลังการประชุม นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมด้วยนายสุวโรช พะลัง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายประชา กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงปัญหานมบูด นมเน่า นมเสีย และนมไม่ได้มาตาฐาน โดยเชิญหน่วยงานทุกส่วนมาชี้แจง และพบหลักฐานการจัดส่งนมโดยเฉพาะนมผงขาดมันเนยที่นำเข้ามาในประเทศสำหรับเลี้ยงสัตว์ ที่นำเข้าเกินความจำเป็นที่จะใช้ในประเทศ ไม่ทราบว่าหน่วยงานต่างๆปล่อยให้นำเข้าได้อย่างไร เชื่อว่าส่งที่เกินจะนำไปแปรรูปเป็นส่วนผสมของนมโรงเรียน ทำให้นมโรงเรียนขาดคุณภาพ 
      "ขณะนี้คณะกรรมาธิการใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว โดยสรุปข้อมูลนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มี.ค. ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีดำริที่จะกวาดล้างกระบวนการดังกล่าว และดำเนินการประมูลนมให้โปร่งใส พร้อมส่งข้อมูลให้ดีเอสไอ. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ในการติดตามเส้นทางการเดินของเงินเพื่อหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป เพราะเท่าที่ตรวจสอบนายเจริญ ปิดปากไม่ยอมเอ่ยพาดพิงนักการเมืองหรือผู้อยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด แต่เชื่อว่าจะมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง "นายประชาระบุ
      ด้านนายสุวโรช กล่าวว่า นอกจากนี้นายเจริญ เดชเกิด ผู้รับสัมปทานเอเยนต์รายใหญ่ภาคใต้ ได้มาชี้แจงด้วย โดยที่ประชุมได้มีการซักถามถึงขั้นตอนการจัดส่งน้ำนมจากสหกรณ์โคนมหนองโพธิ์ราชบุรี จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์) มายังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร ได้ความว่า นายเจริญ มีการหลบเลี่ยงภาษีในช่วง 2 ปี โดยมีวิธีการทำสัญญาร่วมค้ากับส่วนราชการคือวิทยาลัยเกษตรฯ และเป็นคนลงทุนสร้างโรงงาน จัดหาเครื่องจักร และป้อนวัตถุดิบให้กับวิทยาลัยดังกล่าว โดยที่วิทยาลัยดังกล่าวไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ได้ส่วนแบ่ง 12 สตางค์ต่อถุง ทั้งๆ ที่ราคากลางอยู่ 5-6 บาทต่อถุง ดังนั้นส่วนที่เหลือนายเจริญ จึงรับไปคนเดียว และขั้นตอนการรับเงิน ทางอบต.จะสั่งจ่ายเชคในนามวิทยาลัยเกษตรฯ และนายเจริญ จะไปรับเงินจากวิทยาลัย ซึ่งทางวิทยาลัยได้หักส่วนแบ่งไว้เรียบร้อยแล้ว โดยนายเจริญ ยอมรับว่าไม่ได้มีการเสียภาษี และทางวิทยาลัยก็ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย 
      "ต้องขอบคุณนายเจริญ ที่กล้าเข้ามาชี้แจง ถือว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ มาแรง มีทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ภูเก็ต ธุรกิจโรงเบียร์ ธุรกิจร้านอาหาร ดังนั้นจึงต้องจับตานายเจริญเป็นพิเศษ เพราะนายเจริญ ยอมรับกลางที่ประชุมว่า ได้รับสัมปทานส่งนมโรงเรียน 3 แห่งในภาคใต้ โดยทำร่วมกับวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัย นครศรีธรรมราช และที่สงขลา โดยไม่มีการจ่ายภาษีแต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายเจริญน่าเลี่ยงภาษีในช่วง 2 ปี เป็นเงินเกือบพันล้านบาท ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่กรมสรรพากรจะต้องไปดำเนินการต่อไป"นายสุวโรช กล่าว
      ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯผู้นี้ กล่าวอีกว่า สำหรับขบวนการหลบเลี่ยงภาษีนั้นมีการอ้างว่าเป็นการลงทุนกับวิทยาลัย ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อการเกษตร ทำสัญญากัน 10 ปี ซึ่งนายเจริญยอมรับทุกขั้นตอน และเป็นที่น่าสังเกตด้วยว่านายวิศวะ เป็นอาจารย์เก่าของนายเจริญ โดยส่วนหนึ่งที่นายวิศวะ ต้องร่วมรับผิดชอบด้วยคือการมีส่วนร่วมในการให้เจริญ หลีกเลี่ยงภาษี การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในเรื่องฮั้ว ทางกรรมาธิการฯจะส่งให้ป.ป.ช.ตรวจสอบ แต่เราจะเดินหน้าจับคนที่เป็นเหลือบหากินกับนมเด็ก
 นายสุวโรช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมของนายเจริญ ช่วงที่ผ่านมาว่าเคยถูกดำเนินคดีข้อหาปลอมแปลงเอกสารเบิกเงิน 280 ล้านบาทมาใช้ แต่ปรากฎว่ามีการยอมความกัน โดยนายเจริญยอมจ่ายค่าเสียหายให้สหกรณ์โคนมเพิ่มอีก 9 แสนบาท ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าเรื่องนี้เป็นความผิดอาญาไม่สามารถยอมความกันได้ แต่เหตุใดจึงมีการยอมความกันง่าย ๆ น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ และนำไปสู่การจัดโผ 68 บริษัทในการได้รับสัมปทานจัดส่งนมโรงเรียน
       “นายเจริญถือเป็นเจ้าพ่อนมในยุทธจักร แม้มีการยอมรับว่าไม่ได้เสียภาษี แต่นายเจริญยังเป็นผู้บริสุทธิ์ แค่อยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัย ตอนนี้พูดภาษาชาวบ้านว่า เราจับโจรได้แล้ว ส่วนจะมีใครหรือมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ให้ดูจากมติครม.วันที่ 30 พ.ย. 2548 จะรู้ว่าใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ใครเป็นคนเสนอเข้าครม. โดยในวันที่เสนอมีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหานมทั้งระบบ โดยแบ่งเป็นนมดิบ นมโรงเรียน นมผงขาดมันเนย ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น และยังมีการแก้ไขปัญหาระยะยาวอีก"นายสุวโรช ระบุ
      นายสุวโรช กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัญหาในขณะนี้จากข้อมูลของกรมศุลกากรชี้ชัดว่า มีการนำเข้านมผงขาดมันเนยมากเกินความจำเป็น ซึ่งอาจมีการเล่นแร่แปรธาตุ นำไปผลิตเป็นนมผงให้เด็ก อยากให้รัฐบาลไปดูในสต็อกว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ และที่เหลือเอาไปที่ไหน และเอาไปทำอะไร เพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบ

เด็กอนุบาลพิจิตรกินนมโรงเรียนท้องเสียหามส่งรพ.
 นายสมทรง คะนึงเหตุ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 1 ต.ฆะมัง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นปู่ของ ด.ช.เจษฎา คะนึงเหตุ หรือ “ น้องปังปอนด์ ” อายุ 5 ปี เป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลหัวดง ต.หัวดง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเกิดอาการท้องเดินอย่างหนัก หลังจากเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 กินนมโรงเรียนเข้าไป โดย นายสมทรง ผู้เป็นปู่ของ น้องปังปอนด์ ได้พาหลานชายขึ้นรถกู้ภัยฉุกเฉิน นำส่งรพ.พิจิตร ในสภาพ ด.ช.ปังปอนด์ มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากท้องเสีย ถึง 9 ครั้ง และอาเจียน 2 ครั้ง
 ส่วนสาเหตุนั้น นายสมทรง กล่าวว่า จากการสอบถาม ด.ช.ปังปอนด์ ซึ่งได้บอกว่า เมื่อวานเย็นก่อนเลิกเรียน ครูได้ให้กินนมโรงเรียน ซึ่งลักษณะนมข้น เหนียว มีเม็ดๆ คล้ายสาคู โดยไม่ทราบว่า นมมีปัญหา จึงได้กินจนหมดถุง และเมื่อกลับถึงบ้านก็เกิดอาการท้องเดินอย่างหนัก จนต้องหามส่ง รพ.พิจิตร จึงเชื่อว่าอาการท้องเดินน่าจะเกิดจากการกินนมโรงเรียนอย่างแน่นอน