
คอรัปชั่น
องค์การเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand) เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ถึงผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอรัปชั่น (Corruption Perceptions Index) หรือ CPI ประจำปี2552 ซึ่งจัดโดยองค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency Internati
ซึ่งเป็นองค์การอิสระนานาชาติที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาคอรัปชั่นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยองค์การนี้ได้จัดทำดัชนีวัดภาพลักษณ์คอรัปชั่น (CPI) เป็นประจำทุกปี มาตั้งแต่ พ.ศ.2538 จากการสำรวจของสำนักโพลล์ต่างๆ จำนวน 10 แห่ง โดยมีการให้คะแนนตั้งแต่ 0 (คอรัปชั่นมากที่สุด) จนถึง 10 (คอรัปชั่นน้อยที่สุด)
สำหรับการจัดอันดับในปี2552 พบว่า นิวซีแลนด์ เดนมาร์ก สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ครองอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีความโปร่งใส โดยได้คะแนนรวมในระดับ 9.4-9.2 ตามลำดับส่วนประเทศที่ได้คะแนนต่ำสุด คืออิรัก และซูดาน ซึ่งได้ 1.5 คะแนนเท่ากัน รองลงไปได้แก่พม่า 1.4 คะแนน อัฟกานิสถาน 1.3 คะแนน และโซมาเลีย 1.1 คะแนน ซึ่งประเทศที่รั้งท้ายเหล่านี้จะเป็นประเทศที่อยู่ในภาวะสงครามหรือมีความขัดแย้งภายในประเทศมาเป็นระยะเวลายาวนานและขาดเสถียรภาพทางการเมืองการปกครอง
คุณผู้อ่านทราบไหมครับว่าประเทศไทยของเรามีภาพลักษณ์ในเรื่องคอรัปชั่นอย่างไร
ในปีนี้ประเทศไทยได้ 3.4 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 84 ของโลก เท่ากับเอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา อินเดีย และปานามา แต่ถ้าเป็นระดับภูมิภาคเอเชีย ไทยเราอยู่ในอันดับ 10 เท่ากับอินเดีย และศรีลังกา ขณะที่สิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ติด 5 อันดับแรกสุด และติมอร์ ลาว กัมพูชา พม่า ติดอันดับท้ายสุด
สิ่งที่ได้จากการจัดอันดับซีพีไอ แสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับสูงจะอยู่ในอันดับที่ดีกว่าประเทศที่มีการพัฒนาน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อประเทศที่กำลังพัฒนาด้วย โดยต้องไม่ให้สินบนหรือก่อให้เกิดการคอรัปชั่นในประเทศที่กำลังพัฒนาเพื่ออำนวยประโยชน์แก่ตน รวมทั้งต้องไม่สนับสนุนการดำเนินธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย เช่น ใช้ประเทศด้อยพัฒนาเป็นแหล่งฟอกเงิน และในทางกลับกัน ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ต้องทำตัวให้โปร่งใส โดยไม่ปล่อยให้มีกฎหมายภายในประเทศที่ปกป้องข้อมูลทางการเงินในเรื่องธุรกิจในประเทศของตน เพื่อไม่เปิดโอกาสให้มีการฝากเงินหรือฟอกเงินของประเทศที่กำลังพัฒนาทำได้มาจากการคอรัปชั่น อันจะเป็นหนทางหนึ่งซึ่งช่วยลดปัญหาการคอรัปชั่นและมีผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาขนภายในประเทศที่กำลังพัฒนา
การคอรัปชั่นในประเทศไทยอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่รุนแรงมากนักหากเปรียบเทียบกับอีกหลายๆประเทศ ที่การคอรัปชั่นประเภทเบี้ยบ้ายรายทางหรือค่าน้ำร้อนน้ำชาเข้ามาเป็นสิ่งสามัญในชีวิตประจำวัน แต่การคอรัปชั่นในประเทศไทยจะหนักไปในแบบของค่าคอมมิชชั่น หรือเงินใต้โต๊ะที่ผู้มีอำนาจหน้าที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการ การฮั้วกันระหว่างพ่อค้า นักการเมืองระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ และเจ้าหน้าที่ของรัฐในการประมูล จัดซื้อจัดจ้างต่างๆ รวมถึงการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย ที่จัดทำเป็นแพ็กเก็จและแบ่งสรรผลประโยชน์มาตั้งแต่ต้น ซึ่งยิ่งโครงการต่างๆ ของภาครัฐมีมูลค่าสูงขึ้นเท่าไหร่ การคอรัปชั่นก็พลอยสูงตามขึ้นไปด้วย และความขัดแย้งและการขาดเสถียรภาพทางการเมืองภายในชาติก็เป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการคอรัปชั่นเป็นอย่างดี
ดูจากผลการสำรวจและจัดอันดับซีพีไอแล้วผมว่าปัญหาคอรัปชั่นของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องเล่นๆ หรือเรื่องเล็กๆ เลยล่ะครับ และถ้าไม่รีบแก้ไขกันเสียเดี๋ยวนี้ย่อมต้องส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



