
รัฐสภาผ่านฉลุยกรอบข้อตกลงร่วมอาเซียน
ประชุมร่วมรัฐสภา ผ่านฉลุย กรอบข้อตกลงร่วมระหว่างประเทศ เปิดเสรีบริการขนส่ง-กรอบเจรจาเพื่อดำเนินการตามความร่วมมือด้านการขนส่งภายใต้กรอบอาเซียน-บันทึกข้อตกลงจัดตั้งศูนย์พลังงานทดแทน บิมสเทค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 19 พ.ย. มีการกระชุมร่วมกันของรัฐสภา มีนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวาระการประชุมข้อตกลงระหว่างประเทศที่ตามมาตรา 190 จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ความตกลงพหุพาคีอาเซียน ว่าด้วยการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ของบริการขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ และพิธีสารแนบท้ายความตกลง จำนวน 2 ฉบับ และพิธีสารเพื่ออนุมัติข้อผูกพันชุดที่ 6 ของบริการขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน ตามที่ คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ 2.กรอบการเจรจาเพื่อการดำเนินงานความร่วมมือด้านการขนส่งภายใต้กรอบอาเซียน ตามที่ ครม.เสนอ และ 3.ร่างบันทึกข้อตกลงเพื่อการจัดตั้งศูนย์พลังงาน BIMSTEC ภายใต้ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ ตามที่ ครม.เสนอ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบผ่านข้อตกลงร่วมระหว่างประเทศทั้ง 3 ฉบับ โดยใช้เวลาในการพิจารณานานร่วม 6 ชั่วโมงครึ่ง
เริ่มจากนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการะรทรวงคมนาคม แถลงหลักการข้อตกลงพหุภาคีอาเซียนว่าด้วยการเปิดเสรีอย่างเต็มที่ของบริการขนส่งทางอากาศฯ โดยหลังจากรมว.คมนาคมแถลงเสร็จ ประธานรัฐสภาได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าที่ประชุมร่วมวิปสามฝ่ายได้ทำหนังสือแจ้งว่า รัฐบาลจะแถลงหลักการของกรอบข้อตกลงรวดเดียว 3 ฉบับ แล้วให้สมาชิกอภิปรายรวมกัน จากนั้นจะแยกกันลงมติทีละฉบับ
ทั้งนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลต้องการให้บริการขนส่งทางการอากาศแบบเสรี แต่การบริการของสนามบินสุวรรณภูมิกลับไม่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถเข็ญกระเป๋า รวมถึงการตรวจเข้มงวดผู้เดินทางโดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ให้มีการถอดกางเกงและกระโปง จนทำให้เป็นเรื่องอนาจาร ขณะเดียวกันตนยังเคยถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดขอดูแม้กระทั่งพระเครื่อง ซึ่งช่วงนี้ทองกำลังมีราคาแพง จนทำให้การบริการภายในสนามบินไม่เป็นที่ประทับใจ
นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเห็นว่ารัฐบาลยังไม่มีความจริงใจที่จะสานต่อนโยบายที่รัฐบาลก่อนเคยทำมา โดยเฉพาะเรื่องพลังงานทดแทน รัฐบาลที่ผ่านมามีผลงานเรื่องพลังงานทดแดนชัดเจนต่างจากรัฐบาลปัจจุบัน ล่าสุดมีจัดสัมมนานานาชาติว่าด้วยพลังงานทดแทนในประเทศ แต่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรี , รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ และรัฐมนตรีว่าการไม่เคยไปร่วมงาน ประเทศไทยในสายตาต่างประเทศมีความเป็นต่อที่จะพัฒนาพลังงานทดแทนแต่ไม่มีการดำเนินการจริงจัง กลับปล่อยปละละเลย รัฐบาลควรไปเร่งให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ของบประมาณเพื่อทำวิจัยในเรื่องนี้ ถ้ารัฐบาลมีนโยบายและดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง ต่างประเทศจะเห็นถึงความจริงใจในการทำเรื่องพลังงานทดแทน หากรัฐบาลยังไม่ส่งเสริมอย่างจริงจังถ้ารัฐบาลไม่ปรับตัวการพัฒนาจะเป็นไปไม่ได้
ด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า กระทรวงไม่เคยหยุดนิ่งการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานทดแทน แต่ได้มีการวิจัยโดยได้มีความร่วมมือกับต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้มุ่งเน้นการซื้อเครื่องจักรหรือเครื่องมือหรืออุปกรณ์การวิจัย ส่วนที่ไม่ไปร่วมงานสัมมนาเพราะตนและนายกรัฐมนตรีติดภารกิจต้องไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ ที่ผ่านมารัฐบาลเก่าที่อ้างว่ามีผลงานหลายเรื่อง แต่ความจริงแล้วมีหลายโครงการที่มีปัญหา โดยเฉพาะการจัดซื้ออุปกรณ์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ที่มีบางโครงการมีปัญหาการตรวจรับ บางโครงการยังตรวจรับไม่ได้ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาได้สลับกันอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยกรอบความตกลงเรื่องการเปิดเสรีการขนส่งทางอากาศฯ สมาชิกส่วนใหญ่ แสดงความเป็นห่วงความพร้อมในการให้บริการขนส่งทางอากาศทั้งด้านมาตรฐานของระบบคอมพิวเตอร์ ความพร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ และกฎระเบียบในการรักษาความปลอดภัยรวมถึงการตรวจสอบผู้โดยสารที่ไม่ได้คำนึงถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา ส่วนการอภิปรายกรอบการเจรจาเพื่อจัดตั้งศูนย์พลังงาน BIMSTEC มีสมาชิกแสดงความเห็นห่วงนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับการส่งเสริมพลังงานทดแทน โดยเห็นว่าประเทศไทยมีทรัพยากรมากเพียงพอที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนาและผลิตพลังงานทดแทน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้รับความเอาใจใส่เท่าที่ควรจากรัฐบาล



