ข่าว

คชอ.อนุมัติงบ3,577ล้านช่วยผู้ประสบภัยกิสนา

คชอ.อนุมัติงบ3,577ล้านช่วยผู้ประสบภัยกิสนา

19 พ.ย. 2552

คชอ.อนุมัติกรอบวงงบ 3,577 ล้านบาท ช่วยผู้ประสบภัยจากพายุใต้ฝุ่นกิสนา เผยสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังน่าเป็นห่วง สั่ง จนท.สำรวจความเสียหาย พร้อมเสนอ ครม.เพื่อของบประมาณช่วยเหลือ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 พ.ย. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ กำกับติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คอช. มีมติเห็นชอบกรอบวงเงินจำนวน 3,577 ล้านบาท ให้กับ 10 หน่วยงานในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ 16 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากพายุใต้ฝุ่นกิสนา เมื่อวันที่ 29 ก.ย. -2 ต.ค. 2552 ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ชัยภูมิ พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ ลพบุรี ระนอง เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ชัยนาท เพชรบูรณ์ เลย และ ตาก โดยในเบื้องต้นได้มอบให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองแผนงาน /โครงการและงบประมาณฯ ซึ่งมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณไปพิจารณากลั่นกรอง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี อนุมัติงบประมาณต่อไป

 รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานผลความเสียหายจากที่ได้เกิดฝนตกหนักเนื่องจาก อิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้พื้นที่จังหวัดภาคใต้ประสบอุทกภัยทั้งสิ้น 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ชุมพร ตรัง และ สตูล มีผู้เสียชีวิต 20 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 1,133 ล้านบาท

 นอกจากนี้ยังมีผลกระทบด้านการเกษตร ด้านการประมง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 10 จังหวัด ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยโดยเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังมีบางจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดสามชายแดนภาคใต้ที่มีพื้นที่ชายฝั่งติด ทะเลและมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ที่ประชุมจึงมีมติให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายและ เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพโดยเร็ว

 พล.ต.สนั่น กล่าวว่า คณะกรรมการ คชอ. ได้กำหนดช่วงเวลาในการสำรวจความเสียหายดังนี้ เป็นเหตุการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 2-30 พ.ย. 2552 เป็นการให้ความช่วยเหลือความเดือดร้อนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม ระยะเวลาดำเนินการควรเสร็จภายใน 30 ก.ย. 2553 ส่วน การฟื้นฟูควรให้ความสำคัญรองลงมา ทั้งนี้หากหน่วยงานใดมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือ ประชาชนผู้เดือดร้อนและฟื้นฟูสาธารณูปโภคให้กลับสู่สภาพใช้งานได้ปกติ ให้หน่วยงานต่างๆ เสนอแผนงาน/โครงการมายัง คชอ. ภายในวันที่ 30 พ.ย. 2552 เพื่อ คชอ.จะได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วนต่อไป.