
บช.ปส.แถลงจับกุมเครือข่ายค้ายา 4 คดีสำคัญ
บช.ปส.แถลงจับกุมเครือข่ายค้ายา 4 คดีสำคัญ
วันนี้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ 4คดี ซึ่งสามารถยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ติดตามรายละเอียดกับคุณอโนทัย สกุลทอง
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน พร้อมด้วย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด ในระหว่างวันที่ 4 -10 ก.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดได้ 4 คดี ผู้ต้องหา 13คน ยึดของกลางได้ ยาบ้า 5ล้านเม็ด /เฮโรอีน 31.5กิโลกรัม /ยาไอซ์ 542.8กิโลกรัม /และเคตามีน 10 กิโลกรัมซึ่งหนึ่งในคดีสำคัญ อย่างคดี ที่สามารถ ยึดยาไอซ์ได้กว่า 400กิโลกรัม โดยในคดีนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสามารถจับกุมผู้ต้องหา 2ราย ได้ในวันที่ 7 ก.ค.ขณะลำเลียงยาเสพติด มาถึงบริเวณต่างระดับพระราม2 และทำการขยายผลและจับกุมผู้ต้องหาได้อีกสองรายที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ซึ่งการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สืบทราบว่า มีกลุ่มผู้ค้าและผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน รับจ้างลำเลียงไอซ์จากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ของเมียนมาร์ ให้กับพ่อค้าชาวเมียนมาร์ ผ่านเข้ามาทางจังหวัดเชียงราย โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก จะลำเลียงจากเชียง และนำยามาพักในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล และส่วนที่ 2 จากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดนราธิวาส เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ โดยกลุ่มผู้ลำเลียง จะใช้เส้นทางเลี่ยงด่านตรวจตามถนนสายหลักและจากการขยายผลของขบวนการนี้ พบว่าผู้ว่าจ้าง คือ นายการียา เจะมามะ เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีด้านผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจโท ชินภัทร สารสิน บอกถึงคดีนี้ว่า เครือข่ายนี้ถือเป็นเครือข่ายใหญ่ในพื้นที่ทางใต้ เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม และอยู่ระหว่างการติดตามตัว สจ.คนดังกล่าวมาดำเนินคดี เพราะถือเป็นตัวการในระดับสั่งการ ที่ดำเนินการจัดการเรื่องการเงิน รวมถึงติดตามยึดอายัดทรัพย์ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยและจากพยานหลักฐานที่ปรากฎชัดเจน ครั้งรี้ทำเป็นครั้งที่สองแล้ว ทั้งนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่นรายอื่น ๆ"กรณี สจ. เป็นตัวการที่ดำเนินการจัดการเรื่องการเงิน และไล่เส้นทางการเงินอยู่ แม้ตัวจะหนี แต่เจ้าหย้าที่เร่งติดตามตัว และติดตามยึดอายัดทรัพย์ และเป็นเครือ่ายทางใต้ที่ใหญ่พอสมควร เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่3และครั้วนี้ จากพยานหลักฐานไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ และเคยทำมาแล้วเป็นครั้งที่สองที่มีความชัดเจน ทั้งนี้กำลังไล่ดูพยานหลักฐานเพิ่มเติม"นอกจากนี้ยังมีคดีสำคัญ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่ยึดของกลางยาบ้าได้5ล้านเม็ด และคดีที่ลำเลียงยาเสพติดจากจังหวัดเชียงราย มายังนครสวรรค์ ซึ่งมีพฤติการณ์ในการซุกซ่อนเฮโรฮีน ในยางรถยนต์ด้วย



