ข่าว

วงจรปิดจับได้สงสัยก่อสร้างฆ่าเมียอัยการผบ.ตร.สั่งระดมกำลังไล่ล่า

วงจรปิดจับได้สงสัยก่อสร้างฆ่าเมียอัยการผบ.ตร.สั่งระดมกำลังไล่ล่า

04 มี.ค. 2552

ผบ.ตร.สั่งระดมกำลังตำรวจคลี่คดีฆ่าภรรยาอธิบดีอัยการให้ได้ รอง ผบช.ภ.6 เรียกประชุมพนักงานสอบสวนชุดใหญ่ ตั้ง 3 ประเด็น คนงานก่อสร้างฆ่าชิงทรัพย์ โกรธแค้นส่วนตัว และฆ่าปิดปาก พบหลักฐานกล้องวงจรปิด ชาย 1 คนเดินเข้าหน้าบ้านช่วงเย็นแล้วไม่ออกมาอีก

ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมโหด นางอุนิตา ลิ้มสินสมบูรณ์ อายุ 56 ปี ผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดพิษณุโลก อดีตอาจารย์โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และเป็นภรรยาของนายจรัญ ลิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการแผนกคดีเด็กและเยาวชนประจำสำนักอัยการสูงสุด เหตุเกิดภายในบ้านพักเลขที่ 228/8 ถนนแสนพลพ่าย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา
 ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พล.ต.ต.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.ประเสริฐ กาฬรัตน์ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.พยูห์ ธนะศรีสืบวงศ์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เดินทางไปยังบ้านเกิดเหตุ พร้อมกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก เพื่อร่วมกันตรวจสอบพยานแวดล้อมรอบบ้านพัก และ พ.ต.ท.หญิง กฤษฎี พงศ์อัมพรขจี สว. พร้อมตำรวจวิทยาการเขต 33 พิษณุโลก เข้าเก็บหลักฐานลายนิ้วมือแฝงในห้องเกิดเหตุ
 จากการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติมของตำรวจวิทยาการเขต 33 พิษณุโลกนั้น รายงานข่าวแจ้งว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานหลายอย่าง ทั้งถุงพลาสติกใส ที่คลุมศีรษะผู้ตายที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และถุงพลาสติกใสอีก 1 ใบ ที่มีสภาพฉีกขาด และในมือของผู้ตายมีเศษพลาสติกอยู่ พร้อมเก็บหลักฐานขวดน้ำอัดลม ขวดน้ำเปล่า กาแฟกระป๋อง เพื่อเก็บลายนิ้วมือแอบแฝง
 ขณะที่การเข้ามาเก็บลายนิ้วมือคนร้ายเพิ่มเติมได้เก็บลายนิ้วมือที่ปลั๊ก 3 ตา ที่คนร้ายต่อไฟมาช็อตผู้ตาย รอยเลือดผู้ตายที่กระเซ็นไปติดผนังปูน และที่ผนังห้องพบรอยฝ่ามือเปื้อนเลือด 1 รอย เป็นมือที่ใหญ่ ไม่น่าจะเป็นของผู้ตาย ซึ่งอาจจะเป็นรอยฝ่ามือของคนร้าย และเส้นผมที่ติดอยู่กับกองเลือด น่าจะเป็นของผู้ตาย ส่วนของแข็งที่ทุบผู้ตายยังไม่พบ คาดว่าจะเป็นการจับโขก หรือกระแทกกับพื้น นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนจะเสียชีวิตผู้ตายไปเบิกเงินจากธนาคารมา 9 หมื่นบาท เพื่อเตรียมจ่ายเป็นค่าแรงคนงาน แต่ยังไม่ทราบว่าเงินสูญหายไปเท่าไหร่
 พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าวว่า ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับมาที่ ผบช.ภ.6 และตน ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่มาช่วยคลี่คลายคดีนี้ให้ได้ คาดว่าคนร้ายที่ลงมือไม่น่าจะต่ำกว่า 2 คน โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นการฆ่าชิงทรัพย์ และกำลังสอบปากคำคนงานก่อสร้าง รวมถึงคนงานที่ถูกไล่ออกไป ซึ่งยังไม่มีข้อชี้ชัดว่าใช่หรือไม่ และกำลังตรวจสอบว่ามีคนงานต่างด้าวด้วยหรือไม่ ส่วนประเด็นการทำงานของนายจรัญ ลิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการแผนกคดีเด็กและเยาวชนประจำสำนักอัยการสูงสุดนั้น สามารถตัดประเด็นนี้ออกไปได้เลย เพราะนายจรัญ แม้จะเคยทำงานที่นี่ แต่ปัจจุบันย้ายไปทำงานจังหวัดอื่นแล้ว 
 จากนั้นรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดติดตามจับกุมคนร้าย เพื่อคลี่คลายคดีที่ภูธรจังหวัดพิษณุโลก โดยมีการแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ชุด 
 พ.ต.อ.ประเสริฐกล่าวว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับคดี ซึ่งแนวทางการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจวางไว้ 3 ประเด็น คือ 1.คนงานที่มาก่อสร้างภายในบ้าน และคนงานภายนอก ซึ่งเป็นคนงานที่กำลังก่อสร้างบ้านข้างเคียง 2.ประเด็นโกรธแค้น จากคนงานที่มารับงานแต่ไม่ทราบแน่ชัด และ 3.ประเด็นการฆ่าปิดปาก โดยคนร้ายรู้จักกับผู้ตาย ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบทีละประเด็น ซึ่งไม่น่าเกี่ยวกับเรื่องมรดก นอกจากนี้ตำรวจยังพบว่าคนร้ายค้นกระเป๋าสะพายของผู้ตาย ได้เงินไปจำนวนหนึ่ง แต่ยังมีกระเป๋าใบเล็กมีเงิน 2 หมื่นกว่าบาท และซองจดหมายเล็กที่ซ่อนไว้อีก 1 หมื่นกว่าบาท ที่คนร้ายไม่ได้เอาไปด้วย เนื่องจากซ่อนไว้ในช่องลับของกระเป๋าใบใหญ่ 
 รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวอีกว่า จากการดูกล้องวงจรปิดของอาคารวิชญาพร อพาร์ตเมนต์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านสินสมบูรณ์ พบว่า วันที่ 3 มีนาคม มีคนเข้าไปในบ้านเป็นระยะๆ ตั้งแต่ช่วงเช้า และการก่อสร้างเลิกงานเวลาประมาณ 14.00 น. คนงานก็ทยอยกันเข้าออก แต่ช่วงเวลาประมาณ 16.43 น. มีคนเข้าไปภายในบ้านอีกคนหนึ่ง ลักษณะเดินมาจากซอยด้านข้างบ้าน และเดินไปเปิดประตูหน้าบ้าน ตรวจสอบจากกล้องแล้ว เห็นแต่ด้านหลัง ชายคนดังกล่าวสวมรองเท้าบู๊ท สีเสื้อมองไม่ชัด เพราะกล้องที่ติดไว้อยู่ห่างไกล ชายคนนี้เข้าไปหลังสุดและไม่ออกมาอีกเลย ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบคนงานทั้งหมด 12 คน ที่มีหลายแผนก ช่างเชื่อม ช่างเหล็ก ไฟฟ้า เป็นเอกชนที่รับเหมางานทั่วไปและมารับเหมางานจากบ้านคุณจรัญ และไปว่าจ้างลูกจ้างจากที่อื่นเข้ามา
 ด้านนายจรัญกล่าวว่า เพิ่งเดินทางมาถึงบ้านเมื่อช่วงเวลา 03.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ยังไม่ทราบว่า ทรัพย์สินของภรรยามีอะไรสูญหายไปบ้าง ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจสอบสวน ส่วนศพภรรยาจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีวิสุทธราม หรือวัดโคกมะตูม
 วันเดียวกัน นายสุทิน บัวตูม ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ประกาศมอบรางวัลนำจับแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับตัวคนร้ายในคดีดังกล่าว เป็นเงินจำนวน 5 หมื่นบาท เนื่องจากเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ คนร้ายลงมือฆ่าด้วยการใช้ของแข็งทุบหัวแล้วยังนำถุงพลาสติกคลุมหัวเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ เท่านั้นยังไม่พอยังใช้ไฟช็อตซ้ำอีก เป็นความโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว