
สหรัฐเล็งเก็บภาษีเพิ่มผู้ทำศัลยกรรมความงาม
วุฒิสมาชิกเดโมแครตของสหรัฐ พุ่งเป้าเก็บภาษีเพิ่มสำหรับคนที่ทำศัลยกรรมเสริมความงาม
(19พ.ย.) เหล่าวุฒิสมาชิกของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐ ต่างลงความเห็นว่า ชาวอเมริกันที่หวังจะทำศัลยกรรมเสริมความงาม ไม่ว่าจะเป็นการดูดไขมัน , เพิ่มหรือลดขนาดหน้าอก , ทำจมูก หรือลบรอยเหี่ยวย่น อาจจะต้องเสียภาษีเพิ่มภายใต้แผนการประกันสุขภาพที่มีการยกเครื่องใหม่ โดยแผนการประกันสุขภาพที่ทำเนียบขาวสนับสนุน ได้กำหนดภาษี 5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการทำศัลยกรรมความงามด้วยความสมัครใจ ที่ประเมินว่าจะทำให้มีรายรับจากการเก็บภาษีประเภทนี้สูงถึง 5,800 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 203,000 ล้านบาท ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จนกว่าจะได้ตามแผนที่วางเอาไว้คือ 849,000 ล้านดอลล่าร์ หรือราว 29 ล้านล้านบาท
แผนการจัดเก็บภาษีการทำศัลยกรรมเสริมความงามนี้ ได้ยกเว้นการทำศัลยกรรมเพื่อรักษาความพิการหรือการเสียโฉม , ความผิดปกติที่มีมาแต่กำเนิด , การบาดเจ็บอันเป็นผลมาจากอุบัติเหตุหรือบาดแผล หรือโรคที่ทำให้เสียโฉมหรือพิกลพิการ แต่สำหรับคนที่สมัครใจจะทำศัลยกรรมเพื่อเสริมความงามล้วน ๆ ที่ปกติแล้วจะเป็นการควักกระเป๋าจ่ายเอง จะต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติมตามข้อบังคับใหม่ที่จะเริ่มในเดือนมกราคม ปี 2553 ด้วย
จากตัวเลขของสมาคมศัลยแพทย์ศัลยกรรมพลาสติกอเมริกัน พบว่า การถดถอยของวิกฤติเศรษฐกิจโลก ไม่ได้ทำให้ความต้องการทำศัลยกรรมเสริมความงามลดลงแต่อย่างใด แต่กลับเพิ่มขึ้นถึง 3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี 2551 เป็น 12.1 ล้านราย เพียงแต่การทำศัลยกรรมเพื่อเพิ่มขนาดทรวงอกกลับลดลง 12 เปอร์เซ็นต์ จากเมื่อปี 2550 เหลือ 307,230 ราย ส่วนการฉีดโบท็อกซ์ลบรอยย่น เพิ่มขึ้น 8 เปอร์เซ็นต์ เป็นกว่า 5 ล้านราย



