
ข้าวถุงยืนราคายังแบกต้นทุนไหวผู้ส่งออกไทยห่วงตลาดไม่นิ่ง-ไม่กล้ารับคำสั่งซื้อ
ตลาดข้าวเริ่มป่วน ผู้ส่งออกไทยไม่กล้ารับคำสั่งซื้อ หวั่นสถานการณ์ไม่แน่นอน ข้าวถุงมาบุญครองเผยยังไม่ขึ้นราคา ต้นทุนเพิ่ม 5-10% ยังรับมือไหว มีสต็อกสำรองนาน 2 เดือน แต่หากราคายังขึ้นไม่หยุดอาจต้องขึ้นราคา
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมสมาคม ว่าที่ประชุมแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ราคาข้าวที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ซึ่งผู้ส่งออกไทยยังไม่มั่นใจในปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะการนำเข้าข้าวของอินเดีย ทำให้ผู้ส่งออกหลายรายไม่กล้ารับคำสั่งซื้อ แต่ราคาคงจะไม่ตกต่ำจากนี้อีก โดยสาเหตุที่ราคาข้าวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ มีสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ 1.ราคาข้าวในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น และ 2.อัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทแข็งค่า
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคาข้าวถุงนั้น นายสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์แกรนารี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาข้าวถุง แม้ราคาข้าวที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 5-10% ซึ่งเป็นส่วนที่ยังสามารถดูแลได้ และโดยปกติผู้ผลิตข้าวถุงจะรองรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นนานประมาณ 2 เดือน หากสถานการณ์ยังเป็นขาขึ้น อาจต้องพิจารณาปรับราคาจำหน่าย
“ตอนนี้ราคาจำหน่ายยืดได้อีกระยะเพราะมีสต็อกอยู่บ้าง แต่โดยปกติจะรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไว้ก่อน 2 เดือน ถ้าหลังจากนั้นภาวะยังไม่ดีขึ้นก็จะต้องพิจารณาปรับ ซึ่งตอนนี้เห็นว่าราคาข้าวที่บอกว่าเพิ่มขึ้นเป็นเชิงข่าวขณะที่ราคาจริงในตลาดเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 5-10%” นายสมเกียรติ กล่าว
ส่วนกรณีที่บริษัทตรวจพบข้าวที่วางจำหน่าย ในท้องตลาดของบริษัทในชื่อ “มาบุญครอง” ว่ามีกลิ่นของกระสอบป่านปะปนอยู่นั้น ขณะนี้ได้เรียกคืนจากท้องตลาดแล้วปริมาณรวม 1.5-2 แสนถุง จึงมั่นใจว่าจะไม่มีข้าวในส่วนนี้ถึงมือผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม จากการส่งตัวอย่างไปตรวจที่บริษัทศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเชีย (AMARC) แล้วไม่พบว่าการเกิดกลิ่นดังกล่าว เป็นอันตรายต่อการบริโภคแต่อย่างใด โดยบริษัทเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้น น่าจะมาจากขั้นตอนการเก็บรักษาขององค์การคลังสินค้า (อคส.)ที่ก่อนหน้านี้ปริมาณกระสอบป่านไม่เพียงพอ จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
รายงานราคาข้าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประกาศราคารับซื้อข้าวเอฟโอบีหรือราคาที่ท่าเรือกรุงเทพ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 ราคาข้าวเพิ่มขึ้นทุกรายการ โดยข้าวหอมมะลิชั้น 1 ตันละ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 77 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันจากสัปดาห์ก่อน ซึ่งอยู่ที่ตันละ 1,077 ดอลลาร์สหรัฐ
นายวู ฮาย ฮอง รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม กล่าวต่อสมัชชาแห่งชาติ คาดหมายว่าจะส่งออกข้าวได้เป็นประวัติการณ์ปีนี้ ที่ระดับ 6 ถึง 6.2 ล้านตัน เทียบกับสถิติก่อนหน้านี้ ที่ 5.17 ล้านตันเมื่อปี 2548 โดยความต้องการนำเข้าข้าวน่าจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ หลังจากเกิดพายุหลายลูกพัดถล่มแหล่งปลูกข้าว 1.3 ล้านตันในฟิลิปปินส์ และภัยแล้งยังทำลายแหล่งเพาะปลูกในอินเดียมากถึง 18%



