ข่าว

รายงาน-พระเอกกำมะลอ

รายงาน-พระเอกกำมะลอ

19 พ.ย. 2552

ท่ามกลางความสัมพันธ์อัน “ร้าวฉาน” อย่างยิ่งยวด ระหว่าง “ไทย-กัมพูชา” แม้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จะพยายามขมวดปมขัดแย้งไว้ที่ “รัฐ” ต่อ “รัฐ”

 แต่เมื่อเจอกับกรณีจับกุม “ศิวรักษ์ ชุติพงษ์” หรือ “เต๋า” วิศวกรชาวไทย จากบริษัทคุมการบิน บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ (แคทส์) ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในเครือบรรษัทข้ามชาติของไทย กลุ่มสามารถคอร์เปอเรชั่น

 ด้วยข้อหา “จารกรรม” ข้อมูลการบิน

 ความขัดแย้งระดับชาติจึงถูก “ตีวงแคบ” มาใกล้ตัวประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็สร้างความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัว “เหยื่อ"

 เรื่องนี้เริ่มต้นจากที่ “ส.ส.เพื่อไทย” กระพือข่าว “ลอบสังหาร” นายใหญ่ ผสมโรงกับ “ทักษิณ” เปิดข่าวร่อนเครื่องบินส่วนตัวบินหนี “เอฟ 16” ของรัฐบาลไทยหัวซุกหัวซุน

 จู่ๆ เขมรก็จับวิศวกรไทยที่ควบคุมตารางการบินของสนามบินกัมพูชา ยัดคุกทันที

 งานนี้ “สายข่าว” มองเกมแล้วฟันธงเปรี้ยง ว่าเป็น “เกมการเมือง”
 
 “พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์” อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และอดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ทันทีที่ “ทักษิณ” เหินฟ้าออกจากกัมพูชา ว่า หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณออกจากกัมพูชาไปแล้ว กัมพูชาน่าจะสร้างสถานการณ์รุนแรงอะไรขึ้นมาสักอย่าง เพื่อพลิกเกมกลับมาขอคืนดีกับไทย

 “จากนั้นก็ประกาศว่าสองประเทศดีกันดีกว่า ทะเลาะกันไปมีแต่เสียหาย เพื่อกลบปัญหาที่ผ่านมาทั้งหมด"

 มองจากมุม อดีตสายลับ “นันทเดช” สแกนยุทธศาสตร์การเมืองของ “เขมร” แจ่มชัดขึ้นว่าการจับ “ศิวรักษ์” เป็นการ “จั่วไพ่” ให้มาติดไว้ในมือเพิ่มอีกหนึ่งใบ เพื่อรอจังหวะ “หงายไพ่” ในยามที่ต้อง “งอนง้อ” ไทยให้กลับมาคืนดีกัน

 เพราะรู้ดีว่าถ้า “บึ้งตึง” กับไทยนานไปกว่านี้ “ผลประโยชน์” จากไทยที่หลั่งไหลเข้าไปในเขมรต้องหยุดชะงัก

 และก็ “สมประสงค์” จริงๆ เพราะการประชุม ครม.นัดล่าสุด “รัฐบาล” ชะลอมาตรการทุกอย่างที่จะเป็นการกดดันเขมร โดยเฉพาะเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่จะปล่อยให้เขมรสร้างถนนหลายเส้น

 เพราะหวั่นลึกๆ ว่าจะกระทบ “ตัวประกัน” ที่เขมรจับตัวไว้

 ทำให้ “ฮุน เซน” กลับมาถือไพ่เหนือกว่าไทย

 ฟากฝั่ง “ทักษิณ” ก็จะพลอย “เข้าวิน” ไปด้วย เพราะจะฉวยโอกาสเป็น “ตาอยู่” คว้าใจประชาชน ด้วยการสวมบท “ฮีโร่” ยกหูโทรศัพท์เจรจา “ฮุน เซน” ให้ปล่อยตัว “ศิวรักษ์” ให้พ้นจากเงื้อมมือจากคุกในเขมร

 เท่ากับว่าเกมนี้ นอกจาก “ฮุน เซน” จะได้ไพ่เพิ่มมาตีอีกใบแล้ว ยัง “เขี่ยลูก” ให้สหายรัก “ทักษิณ-ชวลิต” อาศัยสถานการณ์ชุลมุน เล่นบท “พระเอก” ได้อีกต่อหนึ่ง

 ปูทางให้อดีตผู้นำพลัดถิ่น “ฟอกตัว” จากข้อหาที่แปดเปื้อนเต็มเนื้อเต็มตัวทั้ง “ขายชาติ-ล้มเจ้า-เผาเมือง”

 ยิ่งสาวกลับไปแกะรอยดูสายสัมพันธ์ของ “กลุ่มสามารถ” ที่โยงใยแนบแน่นในทางธุรกิจ กับ ตระกูล “ชินวัตร” แม้จะเอียงไปทางซีก “วงศ์สวัสดิ์” แต่ทั้งสองเครือก็ทำมาหากินอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อยู่ใน “กัมพูชา” มาเป็นเวลายาวนาน

 ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องความสามัคคีกลมเกลียวกับ “ฮุน เซน” เพราะย่อมต้องแนบเนื้อเหนียวแน่นอยู่ไม่น้อย

 ฉะนั้น จึงเป็นไปได้ว่า “เกมชิงตัวประกัน” เที่ยวนี้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อตบตาชาวโลกจากน้ำมือของ “ฮุน เซน-ทักษิณ”

 ฉากที่ถูก “เซต” ขึ้นนี้ เป้าหมายปลายทางนอกจากจะฟอกตัว “ทักษิณ” แล้วยังหมายมุ่งจะ “ประจาน” รัฐบาลไทยให้โลกเห็นว่า “ไร้น้ำยา” ไม่สามารถช่วยเหลือ “คนไทย” ได้

 ต้องปล่อยให้เป็นฝีมือ “ทักษิณ”

 แต่เกมนี้ไม่ง่ายที่จะ "แหกตา" คนไทยได้สำเร็จ !!!

 เพราะการวางหมากเที่ยวนี้มีพิรุธในหลายประเด็น และก็ล้วนเป็นประเด็นที่ถูกคาดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วว่า "ทักษิณ" จะเดินหมากอย่างไรต่อไป

 กระนั้น ประเด็นที่ยังไม่สมควรนำมาพูดถึงในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ก็คือ การตั้งข้อสังเกตว่า "เหยื่อ" ได้เข้าร่วม "ขบวนการแหกตาระดับชาติ" ครั้งนี้หรือไม่ อย่างไร

 เพราะไม่ว่าจะเป็นเหยื่อ โดย "บังเอิญ" หรือ "ตั้งใจ"  ชีวิตตัวประกันคนไทยก็ย่อมสำคัญและมีค่าเหนือเกมการเมืองของ "ทักษิณ-ฮุน เซน-บิ๊กจิ๋ว" อยู่วันยังค่ำ

 แต่ประเด็นที่ต้องมองให้ทะลุก็คือ "ทักษิณ" ได้วางหมากนี้ไว้แต่แรกแล้ว เพื่อต้องการหยามศักดิ์ศรีรัฐบาลไทย

 เพราะเหตุผลในการจับกุม และข้อหาที่ใช้เล่นงานเหยื่อนั้น มันไม่สมเหตุสมผลแต่แรก

 เกมนี้ "ทักษิณ" คิดว่าตัวเองจะได้มากกว่าเสีย ที่เห็นทางการไทยตอบโต้ทางการทูตต่อกัมพูชา เพื่อที่ตัวเองจ้องจะฉวยจังหวะที่รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ ยื่นมือเป็น "ฮีโร่" อย่างเต็มภาคภูมิ

 แต่ปรากฏว่าพลันที่กระแสตีกลับ คนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับมาตรการตอบโต้ของทางการไทย กระแสรักชาติถูกปลุกขึ้นมาอย่างแข็งขัน

 โดยเฉพาะจากปรากฏการณ์ "รวมพลังหลากสี" ที่ท้องสนามหลวงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา !!!

 "ทักษิณ" กลับเป็นฝ่ายถูกโจมตี ถูกตีกรอบจำกัดวง ถูกกดดันทางการทูตไปยังรัฐบาลดูไบ กลายเป็นผู้ไม่มีใคร หรือมิตรประเทศไหนอยากจะคบค้าสมาคม

 บวกกับสถานการณ์ของ "ฮุน เซน" หลังจากถูกมาตรการตอบโต้จากทางการไทย ทั้งมาตรการเอ็มโอยู และเข้มงวดการเข้าออกชายแดน โดยเฉพาะคนไทยที่ข้ามไปเล่นการพนัน ทำให้ผลประโยชน์ของประเทศต้องสูญไปอย่างมหาศาล

 ที่สำคัญก็มีแนวโน้มว่า รัฐบาลไทยจะเป็นฝ่ายคุมเกมระหว่างประเทศได้ดีกว่า และมีแนวโน้มนำไปสู่ชัยชนะเหนือเกมการเมืองของ "ทักษิณ-ฮุน เซน-บิ๊กจิ๋ว" ที่ใช้เหยื่อคนไทยเป็นตัวประกัน

 "ทักษิณ" จึงต้องรีบชิงปิดเกม เพื่อดึงสถานการณ์พลิกกลับ เพื่อตัวเองจะกลับมาเล่นบท "พระเอกกำมะลอ" ตามพล็อตที่วางไว้

 เพราะคนทั่วไปสามารถคิดได้ว่า หากมีความจริงใจต่อชาติบ้านเมือง หรือว่าผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง "ทักษิณ" ก็น่าจะหยิบยื่นความช่วยเหลือนี้ตั้งแต่วันแรกแล้ว

 งานนี้ แม้ "ทักษิณ" จะคิดอ่านแก้สถานการณ์อย่างไร

 บอกได้คำเดียวว่า..."ช้าไปต๋อย" !!!

 เสถียร วิริยะพรรณพงศา