ข่าว

ระวังไทยจะตกขบวน

ระวังไทยจะตกขบวน

19 พ.ย. 2552

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วมีการประชุมระหว่างผู้นำของนานาชาติที่สิงคโปร์สำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและอาจจะมีผลเป็นนัยสำคัญกับเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่ข่าวคราวรายละเอียดในเรื่องเหล่านี้ก็มาสู่ชาวไทยน้อยมากเพราะถูกบดบังด้วยเรื่องว่า นายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อพ

 การประชุมหลักคือ การประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค (เอเชีย-แปซิฟิกอีโคโนมิกคอร์ปอเรชั่น) ซึ่งประกอบด้วยเขตเศรษฐกิจ 21 เขต ไทยก็เคยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนี้มาครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว การประชุมครั้งนี้สื่อมวลชนสากลประเภทที่ชอบเรื่องตื่นเต้นก็พากันด่วนสรุปว่าเป็นการประชุมจืดชืดพูดเรื่องซ้ำซากไม่ค่อยมีสาระ แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

 คู่ขนานกับการประชุมเอเปคก็มีการประชุมระหว่างอาเซียนกับผู้นำสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นการพบปะกันครั้งแรกระหว่าง ประธานาธิบดีโอบามา กับ ผู้นำชาติอาเซียน ซึ่งไทยยังเป็นประธานอยู่แต่ก็ไม่ได้ยินว่ามีบทบาทพูดจาเป็นสาระสำคัญอย่างไร ความมุ่งหมายของผู้นำอเมริกาครั้งนี้ก็เพียงเพื่อมาขอร้องแกมข่มขู่พม่าให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองคนสำคัญของเขาคือ นางออง ซาน ซูจี ในการพบปะกันครั้งนี้ท่านโอบามายังหยอดคำหวานว่า อเมริกาห่างเหินจากอาเซียนไปนาน จะกลับมาเสริมสัมพันธไมตรีให้ดีกว่าเก่า โปรดสังเกตว่าขณะนี้อเมริกามีการค้าขายกับกลุ่มอาเซียนน้อยกว่าจีนทั้งอิทธิพลของจีนก็ครอบงำอาเซียนมากกว่า อเมริกาคงอาจจะรู้ตัวว่ารัศมีบารมีของตนเริ่มอับแสงลงไปในย่านนี้ ท่านโอบามาได้พลั้งปากออกมาอีกว่า การจะผูกสัมพันธ์กับอาเซียนนั้นจะเริ่มเจาะบางประเทศในอาเซียนจากเดิมที่มีสัญญาเขตการค้าเสรีกับสิงคโปร์ จะเริ่มติดต่อเป็นพิเศษกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นที่น่า สังเกตว่าท่านไม่ได้พูดถึงไทย ทั้งๆ ที่ขณะนี้เป็นประธานอาเซียนอยู่ และในกลุ่มอาเซียนก็จะเห็นได้ชัดว่าประธานาธิบดีอินโดนีเซียนั้นกำลังเบ่งบารมีเพื่อจะเป็นผู้นำอาเซียนตัวจริง ไม่ใช่ตามทะเบียนที่เวียดนามกำลังจะรับช่วงจากไทยไป

 ย้อนมาพูดถึงการประชุมเอเปค แม้จะไม่ถูกใจโก๋เพราะไม่ได้หยิบยกเอาปัญหาเรื่องโลกร้อนมาเป็นประเด็นสำคัญ แต่เจตจำนงที่จะช่วยกระตุ้นให้โลกเปิดการค้าเสรีเต็มที่ด้วยมีข้อตกลงว่าให้บรรดาสมาชิกเอเปคพยายามให้การประชุมรอบโดฮาที่ค้างเติ่งอยู่หลายปีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วนั้นประการหนึ่งและมีความพยายามตั้งขบวนการขับเคลื่อนที่เรียกว่า “ทีพีพี” (Trans-Pacific Partnership /TPP.) โดยรวมสมาชิก 5-6 เขตเศรษฐกิจทำตัวเป็นหัวหอกเพื่อก่อตั้งเขตเศรษฐกิจเสรีเข้าทำนองตลาดร่วมยุโรป แต่แทนที่จะรอให้ทั้ง 21 เขตเศรษฐกิจพร้อมใจกันจัดตั้งตลาดร่วมซึ่งเป็นสิ่งที่ยากกว่าการรวมกลุ่มกันเล็กๆ เป็นการนำทางก่อนเช่นความคิดทีพีพีนี้ โปรดสังเกตว่าประเทศที่จะเข้าร่วมเป็นแกนนำในการจัดตั้งและทดลองปฏิบัติตามแผนตลาดร่วมเอเปคนั้นมีเวียดนามอยู่ด้วยแต่ไม่มีประเทศไทย

 โดยทั่วไปภูมิทัศน์ใหม่ทางเศรษฐกิจของโลกในศตวรรษนี้คือการรวมกลุ่มกันจัดขบวนต่างๆ แต่ละกลุ่มก็มีการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้เป็นจริงเป็นจังและมากยิ่งขึ้นโดยเชื่อว่าเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เศรษฐกิจของโลกเติบโต ฉะนั้นจึงมีความสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องร่วมขบวนโดยวางตำแหน่งให้อยู่หัวขบวนให้ได้ แต่เท่าที่ผมเล่ามามีสัญญาณว่า เราจะตกขบวนแม้แต่วันประชุมซีอีโอเอเปคภาคเอกชน นายกฯ ของเราก็ไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์

 ถึงเวลาแล้วที่เราจะเลิกจิกกันเองแล้วหันมองไปนอกสุ่มให้ไกลๆ