ข่าว

ความซับซ้อนของประชาธิปไตย คอรัปชั่น และ คุณธรรม

ความซับซ้อนของประชาธิปไตย คอรัปชั่น และ คุณธรรม

19 พ.ย. 2552

มักจะมีการแสดงความห่วงใยจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่าประชาชนจำนวนมากในสังคมไทยนั้น "เพิกเฉย" ต่อการดำรงอยู่ของการคอรัปชั่น

 บางคนถึงกับออกมาพูดว่านี่คือการ "ทรยศต่อชาติ"

 บางคนถึงกับห่วงใยว่าการคอรัปชั่นนั้นอาจจะทำให้ประเทศนั้น "สิ้นชาติ"

 บางคนก็บอกว่านี่คือความตกต่ำทางศีลธรรมของสังคมไทย

 ผมอยากเสนอว่าความห่วงใยทั้งหมดที่กล่าวมานั้น "จริง" แต่ความจริงดังกล่าวก็ไม่ใช่ "ความจริงทั้งหมด" ของเรื่อง

 แต่ก็เป็นความจริงที่ท้าทายว่าความสัมพันธ์ระหว่างคอรัปชั่นกับประชาธิปไตยนั้นจะสัมพันธ์กันอย่างไร? ประชาธิปไตยนั้นส่งเสริมคอรัปชั่น หรือไม่สามารถจัดการกับการคอรัปชั่นได้หรือ? จริงหรือที่ประชาธิปไตย และการคอรัปชั่นจะทำให้คุณธรรมของสังคมตกต่ำ? หรือ การปกครองที่ดีควรจะเป็นเรื่องของคนที่มีศีลธรรมเท่านั้น? หรือ เราควรพัฒนาศีลธรรมก่อนประชาธิปไตย ในความหมายว่าประชาชนควรจะต้องมีศีลธรรมก่อนที่จะมีประชาธิปไตย?

 คำตอบที่ดีก็คือคำถาม คำถามก็คือว่า ถ้าประชาชนทั่วไปนั้นเพิกเฉยต่อการคอรัปชั่น คำถามก็คือ ทำไมคนจำนวนน้อยในสังคมที่มีเงิน มีอำนาจถึง "เพิกเฉย" ต่อความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ และความยากจนของคนจำนวนมาก? นี่คือปัญหาทางคุณธรรมที่ปัญญาชนนักคุณธรรมทั้งหลายไม่พยายามตอบใช่ไหม? นี่คือปัญหาที่ไม่เคยอยู่ในคำพร่ำสอนของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองใช่ไหม? การเพิกเฉยต่อความอดอยาก ต่อความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจเป็นปัญหาทางศีลธรรมไหม? มีผลต่อประชาธิปไตยไหม? มีผลต่อการคอรัปชั่นไหม?

 คำถามในย่อหน้าที่แล้วไม่ใช่เรื่องของการกล่าวหาว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองนั้นเป็นพวกมือถือสากปากถือศีล หรือมองว่าเรื่องใหญ่ของสังคมคือเรื่องของความไม่ยุติธรรมทางเศรษฐกิจมากกว่าการคอรัปชั่น

 ประเด็นก็คือ ประชาชนที่เพิกเฉยต่อการคอรัปชั่นนั้นเขาไม่ได้โง่ หรือไม่ได้มีปัญหาเชิงศีลธรรมมากหรือน้อยไปกว่าคนที่ได้เปรียบทางสังคมที่เพิกเฉยต่อปัญหาความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ

 แต่เมื่อเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ เมื่อความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจนั้นถูกเพิกเฉย สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือความเป็นไปได้ที่จะสร้างพันธสัญญาของการแลกเปลี่ยนระหว่างโครงการต่างๆ ที่ตนจะได้รับ และการคอรัปชั่นในภาพรวม

 ในขณะที่ผู้ที่เพิกเฉยต่อความไม่เป็นธรรมในภาพรวมของเศรษฐกิจก็แลกเปลี่ยนโครงการต่างๆ ที่ตนได้ประโยชน์กับความไม่เท่าเทียมในสังคมที่ดำรงอยู่ต่อไป

 เรื่องใหญ่ๆ เหล่านี้ควรจะพิจารณากันในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ให้รัฐธรรมนูญเป็นเพียงเอกสารแก้คอรัปชั่น โดยไม่แก้ความเป็นธรรมในข้ออื่นๆ