
สภาทราบพรก.เงินกู้ให้รบ.โยกงบหนุนไทยเข้มแข็ง
สภารับทราบ พ.ร.ก.เงินกู้ ให้รัฐบาลโยกงบลงทุนไทยเข้มแข็ง ด้าน กรณ์ ลั่น พร้อมให้ตรวจสอบ เตรียมตั้งคณะกรรมการคนนอก คุมเข้มการใช้เงิน
(18พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขาวงเพื่อรับทราบเรื่องกรอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจพ.ศ.2552
โดยนายชัย พยายามจะให้เรื่องนี้ผ่านไป ขณะที่ส.ส.ฝ่ายค้าน ลุกขึ้นทักท้วงจนทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างมีอารมณ์และขึ้นเสียงดุดันใส่กัน แต่สุดท้ายนายชัย ก็ยอมให้ส.ส.อภิปราย ซึ่งส.ส.ของพรรคเพื่อไทยได้สลับกันอภิปรายโจมตีการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสมและกระจุกตัวเพียงบางจังหวัดเท่านั้น อาทิการใช้งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีการใช้งบประมาณปรับปรุงอาคารโรงเรียนจำนวน 110 แห่งแต่กระจุกเพียงแค่ 7 จังหวัดเท่านั้น
จนทำให้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการชี้แจงว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้สั่งย้ายผอ.การศึกษาเขตพื้นที่เข้าประจำกระทรวงไปแล้ว 3 คนล่าสุดที่ จ.ขอนแก่นเพราะมีการนัดประชุมผอ.รร.ในเขตพื้นที่เพื่อให้สั่งซื้อวัสดุบางประการ ฉะนั้นหากใครมีข้อมูลไม่ชอบมาพากลในพื้นที่ใดตนพร้อมดำเนินการอย่างเฉียบขาดทันที
กระทั่งเวลา 18.45 น. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ชี้แจงว่า รัฐบาลได้แบ่งการใช้เม็ดเงินตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว เป็น 2 ส่วน คือ 2 แสนล้านบาทแรก เพื่อนำไปปิดหีบงบประมาณ และ 2 แสนล้านบาทหลัง นำไปใช้ในการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่จากการที่รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามเป้า สุดท้ายจึงใช้เงินเพื่อปิดหีบงบประมาณเพียง 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ทำให้เหลือเงินจำนวน 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเงินในส่วนนี้ได้นำไปลงทุนในโครงการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและประชาชนได้ โดยเฉพาะ โครงการไทยเข้มแข็งทั้งหมดมี 1.4 ล้านล้านบาท เมื่อเหลือเม็ดเงินจากการปิดหีบก็จะทำให้เรากู้เงินน้อยลงไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี โดยรัฐบาล จะตั้งคณะกรรมการจากบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณครั้งนี้อย่างเข้มข้น และให้มีประสิทธิภาพ ส่วนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบได้ตามระบบของสภา



