
ธ.ก.ส.เร่งขายข้าวจำนำจากสิริภิญโญโละขายจีน
ธ.ก.ส.ออกหน้าระบายข้าวเหนียวที่รับช่วงมาจากโรงสีสิริภิญโญ 1.7 หมื่นตันให้เอกชนจีนราคาตันละ 403 ดอลลาร์ ส่งผลขาดทุน 50 ล้านบาท เหตุรับจำนำแพงตันละ 9 พันบาท โล่งรัฐบาลจ่ายชดเชยให้
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการธนาคารซึ่งมี รมว.คลังเป็นประธานว่า ที่ประชุมอนุมัติให้ ธ.ก.ส.มีอำนาจดำเนินการแทนรัฐบาลในการเร่งระบายข้าวเหนียวที่ ธ.ก.ส.เข้าไปช่วยรับจำนำมาจากโรงสีสิริภิญโญ ที่เกิดปัญหาสภาพคล่องเมื่อปี 2551 คิดเป็นปริมาณข้าวเปลือกเหนียวจำนวน 3.1 หมื่นตัน มูลค่า 288 ล้านบาท รวมกับการปล่อยกู้ให้โรงสีโดยมีข้าววางค้ำประกันอีก 13.8 ล้านบาท เพื่อให้โรงสีสิริภิญโญนำเงินไปจ่ายให้เกษรกรกว่า 6,300 ราย หรือคิดเป็นมูลหนี้ 366 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามในส่วนของข้าวสารเหนียวที่วางค้ำประกันเงินกู้นั้น ธ.ก.ส.ได้ดำเนินการขายเรียบร้อยแล้ว โดยขอให้เอดีบีซีหรือ ธ.ก.ส.ของจีนช่วยหาผู้ประกอบการจีนเข้ามารับซื้อ เพราะไม่อยากให้กระทบกับตลาดในประเทศและขายได้ราคาค่อนข้างดี 22 ล้านบาทหักหนี้จำนวน 13.8 ล้านบาทส่วนที่เหลือก็ให้ทางโรงสีไป ส่วนข้าวเปลือกเหนียวที่รับจำนำมานั้นก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีมีมติให้เร่งระบายออกไปภายในเดือนธันวาคมปีนี้ คณะกรรมการระบายข้าวจึงเห็นว่าแนวทางของ ธ.ก.ส.น่าจะทำได้เร็วจึงขอให้ ธ.ก.ส.ช่วยเจรจากับทางเอดีบีซี
อย่างไรก็ตามข้าวเปลือกเหนียวจะสีแปรเป็นข้าวสารเหนียวได้ประมาณ 1.7 หมื่นตันและขายในราคาที่ตกลงกันไว้ที่ตันละ 403 ดอลลาร์สหรัฐตามราคาตลาดแต่ยังต่ำกว่าราคาที่รับจำนำตันละ 9 พันบาท ทำให้การขายครั้งนี้ยังมีผลขาดทุนประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งสำนักงบประมาณจะจัดหาเงินชดเชยให้ เพราะถือว่า ธ.ก.ส.ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนที่ไม่รอให้ราคาข้าวในตลาดโลกขยับขึ้นแล้วค่อยขายเพราะเกรงว่าจะไม่ทันตามมติ ครม.และหากเก็บไว้นานข้าวจะยิ่งเสื่อมคุณภาพ



