ข่าว

พาณิชย์รื้อยุทธศาสตร์ส่งออกดันปีหน้าโต15%

พาณิชย์รื้อยุทธศาสตร์ส่งออกดันปีหน้าโต15%

19 พ.ย. 2552

พาณิชย์ปรับยุทธศาสตร์การส่งออก แบ่ง 4 กลุ่มดูแลสินค้าแทนกลุ่มตามภูมิภาค หวังดันยอดปีหน้าเติบโต 10-15% ชูคอนแทร็ก ฟาร์มมิ่ง แก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรยั่งยืน ลดงบประมาณพยุงราคาสินค้าเกษตร

 นายอนุรัตน์ โคว้คาสัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ มีนโยบายให้ปรับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการส่งออกใหม่ทั้งหมด โดยจัดผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์เป็นหัวหน้ากลุ่มสินค้า มีหน้าที่ดูแล วางกลยุทธ์ รวมทั้งแก้ปัญหาการส่งออกของแต่ละกลุ่มสินค้า แทนการแบ่งงานเป็นแบบหัวหน้าในแต่ละภูมิภาค (รีจินัล ฮับ) เพื่อผลักดันการส่งออกของไทยในปีหน้าได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เติบโต 10-15% และจะหารือกับภาคเอกชนในเร็วๆ นี้

 ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออก จัดแบ่งประเภทสินค้าออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อวางแผนกลยุทธ์ เจาะตลาดให้เหมาะสม ประกอบด้วย กลุ่มแรกคือ สินค้าส่งออกหลักที่ทำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ซึ่งทำรายได้จากการส่งออกคิดเป็น 75% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด กลุ่มที่สองคือ กลุ่มสินค้าเอกลักษณ์ไทย และวัฒนธรรมไทย เช่น ข้าว สปา กล้วยไม้ ผ้าไหม โดยการเพิ่มยอดขายจะทำได้ด้วยการสร้างแบรนด์ไทย

 กลุ่มสามคือ สินค้าที่มีโอกาสในการส่งออก โดยมีอัตราขยายตัวสูงต่อเนื่อง เช่น ผลิตภัณฑ์เภสัช เครื่องเขียน เครื่องสำอาง และกลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มสินค้าเอสเอ็มอี และสินค้าโอท็อป ที่เป็นกลุ่มตลาดใหม่ ซึ่งจะต้องให้ความรู้เรื่องการลงทุน การทำการตลาดและการทำการค้าผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมส่งเสริมการส่งออกได้มีความร่วมมือกับ อี-เบย์ เว็บไซต์ขายสินค้าชื่อดังของโลก

 “ตลาดหลักยังคงมีความสำคัญทั้งสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อียู และอาเซียน ส่วนตลาดใหม่จำเป็นต้องทบทวนประเทศใหม่ เช่น จีน เพราะถือว่าเป็นตลาดหลักที่สำคัญแล้ว เนื่องจากทำรายได้ให้ไทยสูงขึ้นเป็นอันดับที่ 5”นายอนุรัตน์กล่าว

 ในส่วนการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรนั้น มีแผนจะโปรโมทตราเอส มาร์ก ซึ่งเป็นตรารองรับที่แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการรายนั้น ใช้วัตถุดิบที่มาจากการทำคอนแทร็ก ฟาร์มมิ่งเกิน 50% ของวัตถุดิบทั้งหมด และรับซื้อในราคาเป็นธรรม เพื่อให้ผู้บริโภคทราบว่าหากผู้ส่งออกสินค้าใดที่ได้รับเครื่องหมายนี้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งวิธีการนี้จะช่วยให้รัฐบาลไม่ต้องใช้เงินงบประมาณในการพยุงราคาสินค้าเกษตรจำนวนมาก และในปีหน้ากระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายว่าจะทำคอนแทร็กสำหรับสินค้าวัตถุดิบเกษตรจำนวน 2 ล้านตัน เช่น กุ้ง ผัก และผลไม้