
ใครจะได้เป็นสมาชิกใหม่เอเปค
ปีหน้า เอเปค จะเปิดรับสมาชิกใหม่แล้วภายหลังจากที่ปิดประตู เว้นวรรค มาร่วม 13 ปี
เอเปคก่อตั้งขึ้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน ตลอดจนกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในแถบเอเชียแปซิฟิก ซึ่งปัจจุบัน กิจกรรมทางเศรษฐกิจในหมู่สมาชิกเอเปคคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจบนโลกใบนี้
นอกจากนี้ เมื่อนำประชากรในประเทศสมาชิกเอเปคมารวมกันแล้วยังคิดเป็นสัดส่วนที่สูงถึง 40% ของประชากรทั้งหมดบนโลกเลยทีเดียว
ปัจจุบัน เอเปคมีสมาชิกอยู่ทั้งสิ้น 21 ประเทศ แต่สมาชิกนั้นค่อนข้างจะหลากหลาย คือ มีทั้งมหาอำนาจอย่างสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น แล้วก็ประเทศเล็กๆ อย่างบรูไน และปาปัวนิวกินี ที่มีพลังทางเศรษฐกิจอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่เหล่านี้
แหล่งข่าววงในเผยว่า ขณะนี้สมาชิกเอเปคมีความเห็นแตกกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายลิเบอรัลที่อยากให้เปิดประตูรับสมาชิกใหม่ เพราะนั่นหมายถึงตลาดและการค้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นั้นอยากให้เอเปคเป็นกลุ่มที่เหนียวแน่น มากกว่าจะเป็นกลุ่มที่ใหญ่โตแต่หลวมโพรกเพรก
เอเปคนั้นเคยประกาศหยุดพักการรับสมาชิกใหม่นานถึง 10 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2540 ก่อนจะต่ออายุออกไปอีก 3 ปี ซึ่งเพิ่งจะมาสิ้นสุดลงในปีนี้ ทำให้โอกาสของผู้ที่อยากเข้ากลุ่มเปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง
ข่าวแว่วว่าผู้ที่อยากจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของเอเปคมีตั้งแต่คอสตาริกา เอกวาดอร์ และโคลัมเบีย ซึ่งล็อบบี้อย่างหนักให้ตัวเองได้เข้าร่วมกลุ่มระหว่างการประชุมสุดยอดเอเปคที่เปรูเมื่อปีที่แล้ว
แม้แต่อินเดีย ซึ่งไม่ได้อยู่ในแถบภาคพื้นแปซิฟิกกับเขาเลยก็ยังวิ่งเต้นอย่างหนักที่จะได้เป็นสมาชิกมาตั้งแต่ยุค 90 แล้ว โดยประเทศที่อินเดียไปขอรับการสนับสนุนมีทั้งออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเปรู
ขณะนี้มีอย่างน้อย 11 ประเทศ ส่วนใหญ่มาจากละตินอเมริกา ที่พยายามล็อบบี้จะเข้าร่วมเอเปค แต่ใบสมัครของพวกเขาจะต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็น เอกฉันท์ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่ทำให้การเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของเอเปคค่อนข้างจะยากอยู่สักหน่อย เพราะมีหลายประเทศอยู่เหมือนกันที่ไม่อยากให้เอเปคขยายตัวมากไปกว่านี้แล้ว
หนึ่งในนั้นคือญี่ปุ่น ซึ่งจะรับเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดเอเปคในปีหน้า รีบออกตัวแล้วว่าไม่อยากจะรับภาระเรื่องนี้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นกล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดเอเปคประจำปีนี้ที่สิงคโปร์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า
"เอเปคที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างใหญ่อยู่แล้ว และมันก็เป็นเรื่องปวดหัวใหญ่สำหรับเรา"
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



