ข่าว

ชี้เด็ก-ผู้ใหญ่แม่ฮ่องสอนไร้สัญชาติกว่า5.8หมื่นคน

ชี้เด็ก-ผู้ใหญ่แม่ฮ่องสอนไร้สัญชาติกว่า5.8หมื่นคน

18 พ.ย. 2552

ผอ.ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน เผย จำนวนผู้ไร้รัฐ-ไร้สัญชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พบในแม่ฮ่องสอน เด็ก -ผู้ใหญ่ไร้สัญชาติมีสูงกว่า 5.8 หมื่นคน ชี้ปัญหาคนไร้สัญชาติเรื้อรัง แนะภาครัฐ - เอกชนร่วมมือแก้ปัญหา รักษามาตรฐานการช่วยเหลือตามหลักสิทธิมนุษยชน

 นายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยในเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "แนวทางการแก้ไขปัญหาเด็กไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ"จัดขึ้นที่โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เด้น จ.เชียงใหม่ ว่า ภาพรวมของเด็กไร้รัฐ-ไร้สัญชาติในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในจ.แม่ฮองสอนมีบุคคลไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มากกว่า 58,000 คน

 นอกจากนั้นยังมีข้อมูลที่สำรวจเด็กและเยาวชนตามสถานศึกษาต่างๆ  ทั้งที่สังกัดภาครัฐและเอกชน ทั้ง 2 เขตการศึกษา ในจ.แม่องสอนพบว่ามีบุคคลไร้รัฐ-ไร้สัญชาติถึง 5,000 คน บุคคลกลุ่มนี้ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกมาก บางคนเกิดในประเทศไทยเป็นคนไทย แต่ตกสำรวจจึงไม่ได้รับสัญชาติ บางไม่ได้ไร้สัญชาติแต่เป็นคนต่างด้าวก็มี

 นายสันติพงษ์ กล่าวว่า การเข้าไปช่วยเหลือบุคคลไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ  ได้ร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรภาคเอกชน โดยเอ็นจีโอถือเป็นหน่วยงานหลักที่เข้าไปช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติ แต่การที่จะได้มาซึ่งสัญชาติไทยอย่างเติมตัวนั้น จะต้องผ่านตรวจสอบอย่างชัดเจน อาจบอก ได้ว่าการได้รับสัญชาติไทยต้องมีการคัดกรองโดยแบ่งได้ 3 พัฒนาการ คือ1. ผู้ที่เกิดมาแล้วไร้รัฐ  คนกลุ่มนี้ก่อนอื่นต้องนำเข้าสู่ระบบราษฎรก่อน ซึ่งจะต้องทำบัตรผู้ไร้รัฐ  บัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร์ 

 2. ผู้ที่เกิดมาแล้วไร้สัญชาติ ต้องตรวจสอบจากข้อเท็จจริงต่างๆ เช่น วัน เดือน ปีเกิด สถานที่เกิด สถานะพ่อแม่ ทั้งนี้การตรวจสอบรวมถึงคนต่างด้าวโดย เมื่อผ่านการสอบสวน จะได้รับบัตรรับรองสถานะบุคคล โดยมีเลขนำหน้าบัตรเป็นเลขศูนย์  ส่วนการแก้ปัญหาบุคคลไร้สัญชาตินั้นมีหลายช่องทางเพิ่มเติม เช่น การใช้พ.ร.บ.สัญชาติมาตรา 23  การตรวจดีเอ็นเอ การใช้ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการฟ้องศาลฯลฯ  3. ผู้ที่มีสัญชาติไทยอย่างเติมตัว เกิดจากการพ้นสถานะการเป็นผู้ไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ

 นายสันติพงษ์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่ปัญหาใหม่ของสังคมแต่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆยิ่งค้นหายิ่งพบต้องรีบแก้ไข สิ่งที่อยากจะให้ทางภาครัฐและเอกชนช่วยเหลือมากที่สุดก็ คือ ต้องเร่งให้ความรู้กับเจ้าของปัญหา ให้ความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเด็กไร้รัฐ-ไร้สัญชาติกับผู้ปฏิบัติงานทั้งรัฐและเอกชน และประสานงานวางแผนร่วมกันไม่แบ่งแยกแล้วร่วมมือกันหาทางออกของปัญหา  รวมถึงการรักษามาตราฐานของหลักสิทธิมนุษยชน ความั่นคงของมนุษย์และความมั่งคงของชาติด้วย