
เด็กไร้สัญชาติแแฉความลำบากขอสัญชาติไทย
เวทีเสวนา"ความหวังเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ" ตีแผ่ความยากลำบากการขอสัญชาติไทยของเด็กไร้สัญชาติ ชี้ขาดโอกาสได้รับสิทธิ์ขั้นพื้นฐานการรักษาพยาบาล - เรียนหนังสือ ขาดการยอมรับจากสังคม วอนภาครัฐเห็นใจแนะหน่วยงานส่วนกลางที่ออกกฎระเบียบ ทำความเข้าใจเจ้าหน้าที่ระด
(18พ.ย.)นางสาวณัฐกานต์ สิริมาลัย อดีตเด็กไร้สัญชาติ ปัจจุบันได้รับสัญชาติไทยตามบิดา โดยการตรวจดีเอ็นเอ กล่าวในเวทีเสวนา"ความหวังเด็กไร้รัฐ - ไร้สัญชาติ" จัดขึ้นที่โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เด้น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ วันนี้ (18 พ.ย.) ว่า เพิ่งได้รับสัญชาติไทยเมื่อเดือน ก.ย. 2552 ที่ผ่านมาจากการตวรจพิสูจน์ดีเอ็นเอพร้อมน้องๆอีก 3 คน หลังจากบิดาได้วิ่งเต้นยื่นเรื่องขอสัญชาติไทยไปยังอ.สมเมย จ.แม่ฮ่องสอน ตลอดเวลาที่เดินเรื่องขอสัญชาติต้องเดินทางไปกลับมีค่าใช้จ่ายสูงบางครั้งต้องหยิบยืมเงินจากเพื่อนบ้านเป็นค่ารถเดินทางไปติดต่อยื่นคำร้องขอสัญชาติที่อำเภอ
ทั้งนี้การตรวจดีเอ็นเอยอมรับว่าเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ตนเองและน้องๆอีก 3 คนจำเป็นต้องเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ แต่บิดามีอาชีพรับจ้างมีรายได้ไม่มากนักโชคดีที่องค์กรเอกชนยื่นมือให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินจึงทำให้ครอบครัวสามารถตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์สถานะของตัวเองได้
นางสาวณัฐกานต์ กล่าวว่า อยากเรียกร้องหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบสถานะบุคคล หากมีหลักฐานเช่น ใบแจ้งเกิด ทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวที่มาจากการสำรวจของหน่วยงานราชการที่สามารถใช้เป็นหลักฐานและยืนยันสถานะของบุคคลนั้นๆได้ว่าเกิดในประเทศไทย อยากให้ยกเลิกการตรวจดีเอ็นเอเพราะเป็นเรื่องยุ่งยากสำคัญคนที่หาเช้ากินค่ำ บิดาของตนเองเกิดในประเทศไทยแต่ตกสำรวจจากภาครัฐ โชคดีมีองค์กรเอกชนเข้ามาให้ความรู้บิดาจึงวิ่งเต้นยื่นเรื่องขอสัญชาติไทย แต่ปัจจุบันยังมีเพื่อนบ้านอีกกว่า 90% ในอ.สบเมย ที่ยังไม่ได้รับสถานะเป็นคนไทย มีเพียง 10%เท่านั้นที่ได้รับสัญชาติ
นายอาเจมส์ แพทย์ชายแดน เด็กกึ่งไร้รากเหง้า ปัจจุบันเป็นอาสาสมัครของศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน กล่าวว่า เกิดและโตที่บ้านท่าเรือ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน บิดาและมารดาเสียชีวิตตั้งแต่อายุได้เพียง 2ขวบ จึงต้องย้ายมาอยู่กับศูนย์ฯและมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนในบ้านแม่ข้าวตวง โชคดียังมีญาติเหลืออีก 1 คนคือ พี่ชายต่างมารดา ซึ่งได้รับสัญชาติไทยตามมารดา จึงย้ายมาอยู่กับพี่และเรียนที่วิทยาลัยการอาชีพป่าซาง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน ก่อนได้รับทุนเรียนต่อจนจบชั้น ปวส.ที่วิทยาลัยเทคนิคลำพูน
การย้ายที่อยู่ออกจากบ้านท่าเรือทำให้ตนเองพลาดการสำรวจสถานะของหน่วยงานราชการที่เข้ามาถึงสองครั้ง จึงไม่ได้รับบัตรรับรองสถานะบุคคลบนพื้นที่สูง ต้องเดินเรื่องขอย้ายตัวเองกลับไปยังภูมิลำเนาเดิมเพื่อกลับไปยืนยันเรื่งสัญชาติของตนเอง จนในที่สุดครั้งสุดท้ายมีการตสำรวจสถานะจึงได้บัตรบุคคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
"ผมอยากเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเด็กที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเด็กกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากโดยเฉพาะเรื่องการยอมรับจากสังคม ต้องถูกเพื่อนๆล้อว่าเป็นเด็กต่างด้าว ไม่มีสัญชาติทั้งที่เกิดในประเทศไทย"นายอาเจมส์ กล่าว
นายอาเจมส์ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดูแลเรื่องนี้ยังกังวลและกลัวว่าอาจเกิดความผิดพลาดตามมาภายหลังหากให้สัญชาติไทยกับบุคคลที่ไร้สัญชาติ และอาจส่งผลกระทบกับหน้าที่การงานและตำแหน่งหน้าที่ถูกลงโทษทางวินัย แต่สิ่งที่เด็กไร้สัญชาติ ไร้รัฐต้องการคือให้ผู้ใหญ่เห็นความสำคัญกับเด็กไร้สัญชาติเหล่านี้มากขึ้น
นางสาวมานา ชูพร เด็กเผ่าลาหู่ ปัจจุบันถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย อยู่ในความดูแลของมูลนิธิศูนย์ชีวิตใหม่ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเกิดที่ไหนเพราะพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็กจำความไม่ได้ แต่มียายคนหนึ่งมาเก็บไปอุปการะเลี้ยงดูท่านเล่าให้ฟังว่าเก็บตนเองได้จากตลาดแห่งหนึ่งแล้วนำไปเลี้ยงที่จ.เชียงราย ขณะนั้นป่วยเป็นวัณโรคยายจึงส่งไปรักษาตัวนานกว่า 5 เดือนจนหายและถูกส่งตัวมาอยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯเพื่อเรียนหนังสือที่จ.เชียงใหม่ แต่ระหว่างเรียนอยู่ชั้น ม.3 ล้มเป็นเป็นโรคไตมีอาการตัวบวมต้องกินยารักษาตลอดจนกลายเป็นโรคกระดูกพรุน ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลนานกว่า 2 ปี เพราะเดินไม่ได้
"ระหว่างนอนอยู่โรงพยาบาลรู้สึกท้อแท้และคิดฆ่าตัวตายหลายครั้งเพราะชีวิตลำบากมาก เป็นเด็กไร้สัญชาติจึงไม่ได้รับสิทธิเช่นเดียวกันเด็กไทยคนอื่นๆ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมากโชคดีที่มูลนิธิฯช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง ปัจจุบันกลับมาเดินได้แล้ว" นางสาวมานากล่าว
นางสาวมานา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเองได้รับผลกระทบจากการเป็นเด็กไร้สัญชาติ นอกจากสังคมไม่ยอมรับถูกเพื่อนที่โรงเรียนล้อว่าเป็นต่างด้าว ไม่ได้รับสิทธิความช่วยเหลือด้านการศึกษาเหมือนเด็กทั่วไป ไม่มีเอกสารหลักฐานแสดงสถานะของตนเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาจึงรู้สึกเป็นส่วนเกินของคนไทย ไปหาหมอรักษาโรคก็เสียค่าใช้จ่ายแพง ที่ผ่านมาพยายามต่อสู้จนได้รับบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนก็รู้สึกดีใจ แม้ไม่ใช้บัตรประชาชนแต่ทำให้รู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของพี่น้องคนไทย มีความหวังตั้งใจเรียนถึงชั้นสูงสุดแต่ไม่ทราบว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ถึงเวลานั้นหรือไม่ เพราะสุขภาพไม่แข็งแรง ล่าสุดยายที่เป็นเพียงญาติคนเดียวก็เสียชีวิตไปแล้ว
นางสาวมึดา นาวานาถ อดีตเด็กไร้สัญชาติ ปัจจุบันได้รับสัญชาติไทยตามมาตรา 3 พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่4) พ.ศ. 2551 กำลังเรียนอยู่ปี 4 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวว่า ปัจจุบันหน่วยงานราชการที่ดูแลเรื่องการให้สัญชาติยังมีปัญหาในทางปฎิบัติ แม้รัฐบาลและหน่วยงานระดับสูงในส่วนกลางจะมีกฎระเบียบออกมา แต่การสื่อสารถึงหน่วยงานที่เป็นผู้ปฎิบัติในพื้นที่ยังไม่ทั่วถึงชัดเจน ทำให้ผู้ปฎิบัติเกิดความลำบากใจและทำงานด้วยความไม่เข้าใจจนเกิดปัญหาขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้ภาครัฐให้ความสำคัญเรื่องข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้เข้าใจระเบียบปฎิบัติที่ออกมาอย่างแท้จริง



