ข่าว

ผบช.นคนใหม่รับตำแหน่งลั่น15วันออกหมายคดี

ผบช.นคนใหม่รับตำแหน่งลั่น15วันออกหมายคดี

18 พ.ย. 2552

นครบาลคึกคักรับ ”ผบช.น.” คนใหม่ ปัดไม่ใช่ “เด็กสุเทพ” กำชับตำรวจในสังกัดทำงานอย่างเต็มที่ ลั่นคดีอุกฉกรรจ์ต้องออกหมายจับให้ได้ภายใน 15 วัน

 วันที่ 18 พ.ย. เวลา 13.00 น. บรรยากาศที่ห้องทำงานผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ชั้น 2 ของตึกกองบัญชาการฯ มีการเตรียมตัวกันอย่างคึกคักเพื่อต้อนรับ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น.คนใหม่ ที่ย้ายจาก ผบช.ภ.8 แทนที่ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ย้ายไปเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.พนักงานที่รับจ้างทำการขนย้ายเปิดเผยว่า การขนย้ายของใช้ของผบช.น.คนเก่าเริ่มตั้งแต่เมื่อค่ำวันที่ 17 พ.ย. จนถึงเที่ยงของวันนี้ก็ยังไม่เสร็จสิ้น โดยใช้รถบรรทุก 6 ล้อหลายคันสลับกันขนย้าย ซึ่งเครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆถูกขนย้ายไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนที่เหลือในวันนี้เป็นเพียงแค่โต๊ะ เก้าอี้ และเอกสารอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานจากเดิมที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกไปอยู่ทางด้านทิศใต้ของห้องอีกด้วย

 ต่อมาเวลา 13.30น. พล.ต.ท.สัณฐาน แต่งกายในชุดเครืองแบบเต็มยศสีกากี เดินทางมาโดย รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 323 ไอ สีดำ ทะเบียน กต 9955 สงขลา ถึงบช.น.ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้การต้อนรับอย่างคึกคัก จากนั้นรักษาการผบช.น.ได้เข้าสักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร กรมพระนเรศวรฤทธิ์ ที่ด้านหน้าตึกบช.น. จากนั้นเดินขึ้นไปที่ชั้น 2 ทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประดิษฐานอยู่หน้าห้อง ก่อนตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องทำงานที่อยู่ในระหว่างการตกแต่ง และเข้าไปลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการตำรวจในระดับผบก. – รอง ผบช. จากนั้นจึงลงมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบริเวณ บช.น. ศาลเจ้าแม่ทับทิมและเจ้าแม่เกศมณี และศาลตายาย ก่อนกลับขึ้นมาที่หน้าห้องทำงานอีกครั้งเพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

 พล.ต.ท.สันฐาน รักษาการ ผบช.น. เปิดใจว่า หน้าที่อันดับแรกคือ การรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องปฏิบัติ ส่วนการดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนก็เป็นหน้าที่ตำรวจนครบาลต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนได้นอนหลับอย่างอุ่นใจ พร้อมกล่าวว่า ไม่หนักใจในการเข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้แม้ว่าจะมีคดีเร่งรัดต่างๆทั้งเรื่องการตามจับ ”เอกขาว” คนร้ายที่ยิง ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา ตร.สน.หัวหมาก และการรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 29 พ.ย.นี้ เพราะเชื่อว่า หากทุกคนปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายและตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและมีความเท่าเทียมกันก็จะทำให้ความจริงต่างๆปรากฏขึ้นและไม่มีอะไรยากเกินไป

 พล.ต.ท.สันฐาน กล่าวต่อว่า การปฏิบัติงานของตร.นครบาลที่ผ่านมาภายใต้การกำกับของผบช.น.ท่านเดิมได้วางระบบการทำงานที่ดีอยู่แล้ว การเข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้จึงเป็นปฏิบัติตามนโยบายเดิมและเสริมการทำงานให้แข็งแรงมากขึ้น

 “การเข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ ตั้งใจทำงานเต็มที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา เรื่องของอบายมุขในพื้นที่ต่างๆจะต้องมีความโปร่งใส ขาวสะอาดและมีความเข้มแข็งในการปฏิบัติงาน ส่วนคดีอุกฉกรรจ์ทุกคดีต่างๆผู้กำกับการในพื้นที่จะต้องลงไปตรวจในที่เกิดเหตุ หากยังจับตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ภายใน 7 วัน จะต้องมีการชี้แจงในระดับรองผู้บัญชาการฝ่ายปราบปรามหรือตนเองทราบถึงข้อขัดข้อง และภายใน 15 วัน หากยังไม่สามารถออกหมายจับได้รองผู้บัญชาการที่ดูแลพื้นที่จะต้องมีการชี้แจง ซึ่งเป็นนโยบายที่ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรัตน์ เคยใช้ได้ผลมาแล้วทั้งที่ภาค 8 และที่บช.น. การกำหนดเช่นนี้เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ตำรวจทุกคนเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ต้องปฏิบัติ และมั่นใจว่าจะได้รับความร่วมมือจากตำรวจนครบาล ซึ่งเป็นตำรวจที่มีฝีมือที่สุดในประเทศ” พล.ต.ท.สัณฐานกล่าว

 นอกจากนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ยังเปิดเผยว่า จะมีการกำชับให้ผู้บังคับบัญชาเข้าไปดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิดซึ่งจะมีการประเมินผลงานเป็นระยะๆเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ ส่วนการแบ่งงานคงต้องให้เป็นแบบเดิมไปก่อน ต้องรอให้มีการแต่งตั้งครบจำนวนก่อน จึงจะแบ่งงานให้แต่ละคนรับผิดชอบ ส่วนเรื่องที่มีหลายฝ่ายกล่าวหาว่ามีความใกล้ชิดกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง พล.ต.ท.สันฐาน กล่าวว่า ตนอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมานานจึงมีความสนิทสนมและรู้จักกับผู้ใหญ่และคนในพื้นที่เป็นอย่างดีไม่ใช่แค่นายสุเทพ แต่รู้จักตั้งแต่คนร้ายทั้งระดับเล็กและใหญ่ ส่วนนักการเมืองท้องถิ่นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีการทำงานประสานกัน จึงเป็นแค่เรื่องการโจมตีกันเท่านั้น