
จนท.ปตท.จอดรถนอนหน้าปั๊มโจรฉกทรัพย์เกลี้ยง
เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ ปตท. จอดรถเก๋งนอนหลับหน้าปั๊มใกล้ด่านเก็บเงินสุขุมวิท 62 ตั้งแต่ช่วงดึกยันเช้า ตร.มาเคาะประตูให้ตื่นพบกระโปรงหลังรถเปิดออกตรวจสอบพบทรัพย์สินมือถือ-รองเท้า-กล้อง-กระเป๋าเงินหายเกลี้ยง เผยแค่ดื่มเบียร์ไป1กระป๋องไม่น่าทำให้ง่วง คาดเจอ
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน ร.ต.ท.เฉลียว บุญฤทธิ์ ร้อยเวรสน.พระโขนง รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์ ภายในรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. ใกล้ด่านเก็บค่าผ่านทางด่วนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนหน้าปั๊ม ปตท. พบรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน ศน-7274 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายชวกร เกตุแก้ว อายุ 26 ปี ผู้ช่วยฝ่ายจัดซื้อ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม จำกัด(มหาชน) อยู่บ้านเลขที่ 547 ซอย วชิรธรรมสาธิต 57 แยกสุขุมวิท 101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ เป็นเจ้าของรถ ยืนรอให้การกับตำรวจ
นายชวกร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนไปออกกำลังกายที่ฟิสเนสภายในสโมรสรกองทัพบก ย่านถนนวิภาวดี จากนั้นได้ดื่มเบียร์ไป 1 กระป๋อง และเดินทางกลับบ้านโดยขึ้นทางด่วนมาลงที่ซอยสุขุมวิท 62 ระหว่างทางตนได้จออดรถไว้ที่หน้าร้านเซเว่นฯในปั๊มปตท. และซื้อน้ำดื่ม 1 ขวด
นายชวกรณ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ขับรถออกไปได้ไม่นานก็รู้สึกมึนศีรษะและง่วงนอนจึงต้องจอดรถนอนหน้าในปั๊ม ใกล้กับด่านเก็บค่าทางด่วน ตนจอดรถนอนโดยที่ไม่ได้ล๊อกรถเพราะหลับไปเร็วมาก มารู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสน.ทางด่วน มาเคาะกระจกปลุกให้ตื่น พร้อมกับบอกว่าฝากระโปรงท้ายรถเปิด ตนจึงลงจากรถมาปิดโดยที่ไม่ได้สังเกตว่ามีทรัพย์สินใดๆหายไป
"จากนั้นผมได้ขับรถกลับบ้าน แต่ระหว่างทางเกิดเอะใจเพราะโทรศัพท์ ยี่ห้อแบล๊คเบอร์รี่ ราคาประมาณ 13,000 บาท และกระเป๋าสตางค์มีเงินสดอยู่ 400 บาท ที่วางอยู่เบาะด้านข้างคนขับ รวมทั้งกระเป๋าสะพายที่วางอยู่เบาะด้านหลังได้หายไป"นายชวกรณ์ กล่าว
นายชวกรณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อมาถึงบ้านก็ลงไปดูที่ท้ายรถก็พบว่ากล้องถ่ายรูปดิจิตอล ราคาประมาณ 32,000 บาท และรองเท้ายี่ห้อต่างๆ จำนวน 8 คู่ ได้หายไปเช่นกัน รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่หายไปประมาณ เกือบ 50,000 บาท จึงรีบมาแจ้งความ ตนคิดว่าดื่มเบียร์เข้าไป 1 กระป๋องไม่น่าจะทำให้หลับได้คิดว่าอาจจะถูกป้ายยา เนื่องจากระหว่างที่เดินเข้าเซเว่นฯ ได้เดินชนกับผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี สูง 170 เซนติเมตร ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ ตนไม่ได้สนใจเพียงแค่กล่าวขอโทษ
นายชวกรณ์ กล่าวอีกว่า ช่วงที่เดินเข้าไปในเซเว่นฯก็ยังรู้สึกปกติดีอยู่ แต่หลังจากที่กลับมาขึ้นรถกลับมีอาการง่วงนอน และรู้สึกไม่มีแรง ตนหลับไปตั้งแต่ 23.00 น. จนถึงเช้าโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลย ตนคิดว่าอาจจะถูกชายคนดังกล่าวป้ายยาแล้วขโมยทรัพย์สินไป
ด้าน ร.ต.ท.เฉลียว กล่าวว่า ผู้เสียหายน่าจะนอนหลับโดยที่ไม่รู้สึกตัว และไม่ได้ล๊อกรถ ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสเปิดประตุรถและเปิดฝากระโปรงรถ เอาทรัพย์สินทั้งหมดไป ส่วนประเด็นเรื่องป้ายยาผู้เสียหายอาจจะคิดไปเอง หลังจากนี้จะต้องสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง และประสานขอดูภาพจากกล้องวงปิดของร้านเซเว่นฯและบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายและติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป



