ข่าว

'ลุงตู่' ยอมหัก เขย่าเก้าอี้ ครม.สร้างภาพลักษณ์

'ลุงตู่' ยอมหัก เขย่าเก้าอี้ ครม.สร้างภาพลักษณ์

28 มิ.ย. 2562

คอลัมน์อยู่บนภู ฐานเศรษฐกิจ  วันที่ 29 มิ.ย.2562 โดย...กระบี่เดียวดาย

คอลัมน์อยู่บนภู ฐานเศรษฐกิจ  วันที่ 29 มิ.ย.2562 โดย...กระบี่เดียวดาย

 

“ลุงตู่” ยอมหัก

เขย่าเก้าอี้ ครม.

สร้างภาพลักษณ์

 

          เสียงก้องจากทำเนียบรัฐบาลเมื่อก่อนเที่ยงวันที่ 27 มิ.ย.2562ให้แคนดิเดตรัฐมนตรีจากทุกพรรคเข้าไปกรอกประวัติ ก่อนตรวจสอบขั้นสุดท้ายก่อนเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีในครม.ประยุทธ์ชุดมาจากการเลือกตั้ง

          ก่อนหน้านั้นนายกฯพบกับพี่ใหญ่ผู้มากบารมี บ่งบอกถึงความจำเป็นในการจัดตั้ง ครม.ที่ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพ หน้าตา ครม.ที่ออกมาต้องไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ มิฉนั้นจะเกิดความเสียหายกับรัฐบาลตั้งแต่เริ่มต้น บางคนจึงต้องเสียสละและร้องขอให้ผู้มากบารมีไปเคลียร์กับผู้ที่พลาดหวังจากตำแหน่ง 

          สั่งการเคาะชื่อเรียบร้อย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีบินไปญี่ปุ่น เข้าร่วมประชุมกลุ่ม G-20 โอซาก้าซัมมิตทันที ไม่เปิดโอกาสให้วิ่งกันแล้ว

          ค่ำวันที่ 27 มิ.ย. ความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เมื่อตัวเก็งที่ติดโผมาตั้งแต่ต้นหลายตำแหน่งไม่ได้รับแจ้งให้ไปกรอกประวัติ นั่นหมายถึงพลาดเก้าอี้รัฐมนตรี กลายเป็นคนอกหัก บางคนติดในโผเก้าอี้กระทรวงหลัก แต่ก็ถุกโยกสลับในนาทีสุดท้ายและบรรดาชื่อที่ผู้คนร้องยี้ทั้งหลาย บางรายหลุดหายไปเฉยๆ บางรายสลับไปอยู่ในเก้าอี้ที่ไม่เกี่ยวพัน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มหาศาลที่วาดหวังโอกาสทำมาหาได้

          ไปดูบรรดาผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในโผคณะรัฐมนตรี (ครม.)ที่ ได้รับแจ้งจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ให้มารับเอกสารเพื่อกรอกประวัติ ต่างทยอยเดินทางเข้าทำเนียบรับเอกสารหลายคน บางคนเมาด้วยตัวเอง อาทิ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีชื่อนั่ง รมช.คมนาคม , น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และเป็นรักษาการนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอุทัยธานี ที่มีชื่อนั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์

          นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อนั่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ซึ่งได้นำประวัติคนอื่นๆมาด้วย 2-3 คน หนึ่งในนั้นมีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่มีชื่อเป็น รมว.คมนาคม มาด้วย

          ขณะเดียวกันมีบางส่วนได้ให้ทีมงานเข้ารับเอกสารแทน อาทิ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร. , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์  , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน  , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ  , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

          ส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ส่งทีมงานมารับเอกสารให้นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่มีชื่อนั่ง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายประภัตร โพธสุธน ที่มีชื่อนั่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์และพรรคชาติพัฒนารับเอกสารไปให้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ที่มีชื่อนั่งรมต.

          ส่วนพรรคพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ส่งทีมงานมารับเอกสารแทน  โดยยังเป็นชื่อเดิมไม่ผิดเพี้ยนตามมติพรรค

          มีการโยกสลับหลายตำแหน่ง อย่างม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เดิมติดโผ รมต.ต่างประเทศ แต่นายกฯขอสงวนตำแหน่งนี้ไว้ให้ ดอน ปรมัตถ์วินัย ที่ทำหน้าที่ได้ไม่บกพร่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แม้ดอนจะขอเว้นวรรคพักผ่อนดูแลสุขภาพ แต่นายกฯไม่ยอม โดยให้ ม.ร.ว.จัตุมงคลไปนั่งกระทรวงแรงงานแทน ทำให้สุชาติ ชมกลิ่น หลุดโผไปเลย

          เท่านั้นยังไม่พอ เสี่ยแฮงค์ อนุชา นาคาศัย มือขวาสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่มีชื่อติดโผ ครม.มาโดยตลอด กลับหลุดหายไปเฉยๆเช่นกัน เป็นเสี่ยแฮงค์คนนี้ที่ตั้งแต่วันแรกของการประชุมสภาฯที่แสดงอิทธิฤทธ์โชว์พลังสามมิตรที่ทำให้หลายฝ่ายออกอาการไม่พอใจมาตั้งแต่เริ่มต้น

          เต็งจ๋าอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าทีมภาคเหนือ ที่แสดงบทบาทวิ่งเคลียร์หลายกลุ่มก๊วนก่อนหน้านี้และหมายมั่นปั้นมือส่งน้องชายอย่าง อัครา พรหมเผ่านั่งกระทรวงดีอี กลับต้องกลืนเลือดเมื่อชื่อน้องชายหลุดโผและเก้าอี้ถูกส่งไปให้กอบศักดิ์ ภูตระกูล 1 ใน 4ยอดกุมารของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

          เก้าอี้ที่ยื้อกันหนักอย่างกระทรวงพลังงานระหว่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พักหลังชื่อสุริยะยืนเหนียวโดยตลอด กลับถูกพลิกสลับไปให้สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาพรรคที่ทำหน้าที่ประสานงาน ส.ส.หลากหลายกลุ่มและมีภาพพจน์ทั้งการทำงานที่ผ่านมาเนี๊ยบและเข้าตามากกว่าและค่อนข้างห่างจากกลุ่มผลประโยชน์พลังงานพอสมควร จึงกลายเป็นตาอยู่รับส้มไปแทน

          ถือเป็นความกล้าหาญของลุงตู่ ที่ยอมขัดเคืองใจผู้มากบารมีในการแต่งตั้ง ครม.แม้จะมีข้อจำกัดหลายด้านในสถานการณ์ที่เลือกมากไม่ได้ เพราะต้องอาศัยมือของกลุ่ม ก๊วนการเมืองในการขับเคลื่อนรัฐบาลด้วย

         หน้าตาที่ออกมา แค่ประคองไม่ให้ขี้ริ้วขี้เหร่ไปมากกว่านี้หรือยี้น้อยที่สุด ก็ถือว่าบุญโขแล้ว

          ต้องจับตาดู กลุ่ม ก๊วน แกงค์การเมืองต่างๆจะอาละวาดอย่างไร