
เขมรจับคนไทยสายลับหรือเกมการเมือง?
ภายหลังที่ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรหนุ่มชาวไทยถูกทางการกัมพูชาตั้งข้อหาร้ายแรง โทษฐานทำตัวเป็น "สายลับ" จารกรรมตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา โดย 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีใครรับรู้ข่าวสารของเขาเลย
ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าวิศวะกรรายนี้เป็นสายลับจริงๆ หรือเป็นเพียงเหยื่อของความขัดแย้งทางการเมืองกันแน่ รายการ "คม ชัด ลึก" วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2552 เสนอ ตอน "จับคนไทยสายลับหรือเกมการเมือง ?" โดยได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมแสดงความคิดเห็น
สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ผู้สื่อข่าวอาวุโส นสพ.เดอะเนชั่น
"รัฐบาลไทยกำลังตกเป็นรองรัฐบาลกัมพูชา"
ศิวรักษ์ ถูกจับกุมตัววันที่ 8 พฤศจิกายน ก่อนผมเดินทางไปถึง 2 วัน พอไปถึงก็ตกใจเพราะทราบข่าวจากหนังสือพิมพ์ว่ามีคนไทยโดนจับเพราะเป็นสายลับ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นไม่มีใครตอบได้ว่าเป็นอย่างไรเพราะต้องยอมรับว่าทางการกัมพูชาเก็บความลับได้ดีจริงๆ อย่างไรก็ตามหากหันกลับมามองสถานการณ์โดยรวมของทั้ง 2 รัฐบาล วิเคราะห์ได้ว่าขณะนี้รัฐบาลไทยกำลังตกเป็นรองรัฐบาลกัมพูชา
"ผมเห็นว่าก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลทั้ง 2 รัฐบาลมีปัญหากัน มีการตอบโต้ทางการทูต มีการตอบโต้ทางเศรษฐกิจ ยกเลิกโครงการต่างๆ แต่พอภายหลังคนไทยถูกจับกุมตัว รัฐบาลไทยตกเป็นรองทันที ขณะนี้โฟกัสของรัฐบาลไทยเปลี่ยนไป"
สัก กอแสงเรือง อดีตทนายที่เคยช่วย 9 คนไทย ถูกจับที่เขมร
และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)
"กลุ่มสิทธิมนุษยชนต้องเคลื่อนไหวถึงช่วยคนไทยได้"
เราไม่ทราบเลยว่าการตั้งข้อหาของทางการกัมพูชาถูกต้องตามกระบวนการหรือหลักสากลหรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลไทยไม่มีข้อมูลหรือเข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับการกระทำความผิดครั้งนี้เลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดการจะตั้งข้อหาอะไรก็ตามจะต้องเป็นไปตามกติกาสากล และที่สำคัญที่สุดทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ จะต้องยึดหลักปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
"ตอนนั้นเมื่อปี 2537 ที่ผมไปช่วยคนไทย 9 คนที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวและถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารในกัมพูชา ก็ใช้หลักปฏิญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนนี้ด้วยเช่นกัน เราถามเขาว่าขังไว้ทำไมถ้าไม่มีหลักฐานที่ตั้งข้อกล่าวหา และถ้าไม่มีเราก็ขอตัวกลับประเทศ ซึ่งกรณีคุณศิวรักษ์ ก็ต้องใช้วิธีเดียวกันนี้"
พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ
"กัมพูชากำลังถูกจับตามองจากนานาชาติ"
การที่คุณศิวรักษ์ ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศกัมพูชาขณะนี้ ในทางความหมายของสำนักข่าวกรองนั้นไม่เรียกว่าเป็นสายลับ เพราะสายลับจริงๆ จะต้องมีการฝึกฝน อบรม ปิดบังไม่เปิดเผยตัว ส่วนกรณีนี้เป็นการจับกุมคนไทยแล้วแจ้งข้อกล่าวหาเลื่อนลอย อีกทั้งการที่จะตรวจสอบเที่ยวบินที่คุณทักษิณใช้เดินทางนั้นไม่ได้ยากอะไร ไม่จำเป็นต้องไปเอาที่ประเทศกัมพูชา เพราะโดยหลักการนั้นเราสามารถตรวจสอบประเทศปลายทางที่เขาเดินทางได้
"ที่สำคัญคุณทักษิณ ไม่ได้ปิดบังเพราะผมยังสามารถจดเลขเครื่องบินที่คุณทักษิณใช้ได้จากโทรทัศน์ และนสพ.เลย ตรงนั้นแสดงว่าการเดินทางนั้นไม่ได้มีการปกปิด ซึ่งข้อกล่าวหาที่เขากล่าวหาคนไทยครั้งนี้เกินจริงแต่ผมเชื่อว่าในไม่ช้าก็จะต้องปล่อยตัว ซึ่งขณะนี้หลายๆ ประเทศก็กำลังจับตามองว่าประเทศกัมพูชากำลังทำอะไรอยู่"
ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา
"กัมพูชาจับคนไทยเพื่อขุดหลุมพลางดักรัฐบาลไทย"
การที่ทางการกัมพูชาจับคุณศิวรักษ์ ไว้นั้นมีเหตุผลอยู่ 2 ประการด้วยกันคือ ประการแรกคือสายลับ ประการที่สองคือเรื่องของเกมการเมือง แต่ส่วนที่ผมมั่นใจว่าเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะมาจากเกมการเมือง การกระทำของกัมพูชาครั้งนี้เป็นการขุดหลุมพลาง หากรัฐบาลไทยผลีผลามมากเกินไปอาจจะเป็นไปตามเกมที่รัฐบาลกัมพูชาวางเอาไว้ โดยขณะนี้เขากำลังหาจังหวะที่จะสวนกลับ
"ถึงเวลานี้เราต้องใช้วิธีทางการทูตเอาตัวคนไทยของเราออกมา ทั้งนี้และทั้งนั้นกลุ่มนักสิทธิมนุษยชน เอ็นจีโอ และที่สำคัญกลุ่มวิทยุการบินจะต้องออกมารวมกลุ่มเรียกร้องกับการกระทำครั้งนี้ของรัฐบาลกัมพูชา ผมมองว่าแผนการนี้เขาไม่ได้คิดอะไรมากมาย เขาไม่ได้เก่ง เขาต้องการทำเพียงแค่กลบข่าวคุณทักษิณ รัฐบาลไทยอย่าไปตกหลุมพลางของเขาก็แล้วกัน เขาเอาหมากเกมนี้ไว้ต่อรองอย่าเอาผลประโยชน์ชาติไปรวมกับเรื่องนี้ ต้องแยกให้ออกจากกัน หาทางออกทีละเรื่อง"



