
อาสาสมัคร...คลี่ปมลักเด็กสนามหลวง
เบื้องหลังความสำเร็จในการติดตามค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "เด็กน้อย" แปลกหน้าหลายคน ที่หญิงกลางคนนำมาอาศัยอยู่ด้วยใน จ.อุดรธานี แท้ที่จริงเป็นเด็กที่ถูกขโมยมาจากอ้อมอกของพ่อแม่ คงต้องยกความดีความชอบให้แก่อาสาสมัครพลเมืองดีที่ใส่ใจค้นหาจนได้คำตอบ นำเด็กกลั
นางช้อน สีทอง วัย 45 ปี คือผู้หญิงคนที่ถูกกล่าวถึง มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 141 หมู่ 3 ต.หนองพันทอง อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย ได้พาน้องขนุน-น้องส้ม สองพี่น้องชายหญิงวัย 6 และ 5 ขวบ น้องหญิง วัย 5 ขวบ และน้องอีฟวัย 5 ขวบมาอาศัยอยู่ใน อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ก่อนเด็กบางคนจะหายหน้าหายตาไปและกลับมาอยู่ใหม่ สลับสับเปลี่ยนจนผิดสังเกตของชาวบ้านในละแวกดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ประสาน อ่อนคำหล้า" อาสาสมัครผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ต.บะยาว อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี วัย 54 ปี
ประสานรับทราบข่าวคราวแก๊งลักเด็กที่มีอยู่ทั่วประเทศด้วยความสนใจยิ่ง และยิ่งเพิ่มความสนใจมากขึ้น เมื่อในพื้นที่ อ.หนองแสง จ.อุดรธานี มีเด็กถูกคนเร่ร่อนลักพาตัวไป แต่สุดท้ายโชคดีสามารถติดตามตัวกลับมาได้ ความเศร้าอาดูรของหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่หัวใจสลายเมื่อลูกถูกพรากไป ทำให้ประสานมุ่งมั่นช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ให้ได้ จึงเริ่มต้นสืบหาข่าวความเคลื่อนไหวแก๊งลักเด็กในพื้นที่มาต่อเนื่องหลายปี
โดยเฉพาะเมื่อ 2 ปีก่อนได้เบาะแสว่า มีชายหญิงคู่หนึ่งนำเด็กวัย 6 เดือนถึง 2 ขวบมาเร่ขาย คาดว่าเป็นแก๊งลักเด็ก ประสานออกสืบหาข่าวจนทราบว่าทั้งคู่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ประสานจึงเฝ้าจับตามองเรื่อยมานับตั้งแต่นั้น กระทั่งต้นปี 2552 เขาได้ทราบว่านางช้อนหญิงกลางคนที่เฝ้าจับตามองได้นำเด็กอายุ 2-5 ขวบ 3 คน มาพักอยู่กับญาติที่บ้านนาโปร่ง ต.บะยาว อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี โดยชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นางช้อนได้ลักเด็กมาจากจังหวัดอื่นและกำลังจะนำเด็กไปขาย
เมื่อได้ข้อมูลประสานจึงเข้าไปหาถึงที่บ้าน สอบถามนางช้อนเกี่ยวกับความเป็นมาของเด็ก ได้รับคำตอบว่าเป็นลูกสามีใหม่พามาเยี่ยมญาติ เมื่อถามเด็กๆ ก็เรียกนางช้อนว่า "ป้า" ประสานจึงกลับออกมาพร้อมกับความลังเลไม่แน่ใจในข้อมูลที่ได้รับ
แต่แล้วช่วงหัวค่ำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2552 ประสานเห็นข่าว "ปานทิพย์ อิศรางกูร" อายุ 37 ปี ชาว จ.นนทบุรี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ว่ามีคนร้ายลักพาตัวน้องขนุนลูกชายวัย 6 ขวบ กับน้องส้มลูกสาววัย 5 ขวบ สองพี่น้องไปขณะทำธุระที่สนามหลวง ก่อนจะนำภาพเด็กเคราะห์ร้ายทั้งสองเสนอผ่านจอโทรทัศน์ ภาพที่ประสานเห็นทำให้เขานึกถึงใบหน้าของสองเด็กน้อยที่อยู่กับนางช้อนทันที
วันที่ 11 พฤศจิกายน นางช้อนย้อนกลับมาที่บ้านญาติบ้านนาโปร่งอีกครั้ง ประสานและเพื่อนๆ อาสาสมัครอีก 4-5 คน จึงเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง พวกเขาเห็นเด็ก 2 คนหน้าตาละม้ายคล้าย "น้องขนุนและน้องส้ม" โดยนางช้อนยังคงอ้างเสียงแข็งว่าเป็นหลานมาจากต่างจังหวัด ประสานจึงให้เด็กเขียนชื่อในกระดาษได้ความว่าชื่อ "ขนุนและส้ม" !?!
ประสานไม่มีอำนาจจับกุมคุมขังหรือควบคุมตัวใครได้ เขาจึงย้อนกลับออกมาแล้วแจ้งตำรวจให้เข้าไปให้การช่วยเหลือเด็กๆ เป็นการปิดฉากแก๊งลักเด็กรายนี้ลงในที่สุด โดยในชั้นแรกนางช้อนสารภาพเพียงว่าลักตัวสองพี่น้องมาจากสนามหลวง เตรียมนำไปขายให้คนที่ต้องการนำเด็กไปเลี้ยง ส่วนน้องอีฟเด็กหญิงวัย 5 ขวบอีกคนเป็นลูกติดผัวเก่า แต่เมื่อตำรวจเค้นสอบหนักเข้าจึงยอมเปิดปากถึง "น้องหญิง" เด็กหญิงอีกคนวัย 5 ขวบที่ลักพาตัวมาจากสนามหลวงเมื่อ 2 ปีก่อน นำไปขายให้พี่สะใภ้วัย 52 ปี ใน ต.หัวนาคำ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี ในราคา 6,000 บาท ต่อมาพี่สะใภ้เลี้ยงดูไม่ไหวนางช้อนจึงนำน้องหญิงไปให้น้องสาวและน้องเขยไปเลี้ยงดูที่ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี
หลังทราบเรื่องตำรวจติดตามไปช่วยเหลือเด็กได้ ก่อนจะตรวจสอบหาพ่อแม่ที่แท้จริงแล้วประสานให้มารับตัวกลับไปหมดทั้ง 3 ครอบครัว ยกเว้นน้องอีฟเท่านั้นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาพ่อแม่ที่แท้จริง
ในขณะที่ชาวบ้านต่างให้ข้อมูลว่าระยะหลังพบเห็นนางช้อนนำเด็กหลายคนมาเลี้ยงดู ไม่นานก็จะพาจากไป กลับมาอีกทีก็จะพาเด็กหน้าใหม่ๆ วัยเดียวกันกลับมาด้วย ทำให้เชื่อว่าน่าจะมีเด็กหลายรายถูกลักพาตัวนำไปขาย ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมของเด็กเคราะห์ร้ายเหล่านี้ว่า แท้จริงแล้วมีจำนวนเท่าไรกันแน่ เพราะนางช้อนปิดปากไม่ยอมให้การเพิ่มเติม อ้างว่าที่ลงมือไปเพราะตัวเองเป็นโรคประสาท
สมโภชน์ สมบัติ



