
เก็บหลักการใส่ลิ้นชัก
พ่นพิษ เสียแล้ว ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ทำให้องค์ประชุมของวุฒิสภาล่มเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่การ "ล่ม" ครั้งนี้ไม่ใช่ "ล่ม" ตามธรรมชาติ
แต่...เป็นการ "ล่ม" เพราะความ "จงใจ”และ "ตั้งใจ" ของกลุ่ม ส.ว.บางกลุ่ม หลังจากประเมินขุมกำลังมือ "โหวต" ตนเองว่า สู้ไม่ไหวแน่ ในการลงมติ บทเฉพาะกาลมาตรา 116 ที่เป็นหัวใจหลักของร่างกฎหมายดังกล่าวที่มีเนื้อหาสำคัญ
“มิให้นำบทบัญญัติในเรื่องการห้ามกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เพียงวาระเดียวมาใช้บังคับกับกรรมการ คตง.ที่ได้รับการสรรหาครั้งแรกซึ่งดำรงตำแหน่ง 3 ปีตามรัฐธรรมนูญปี 2540 อาจเอื้อประโยชน์ให้บุคคลคนใดบุคคลหนึ่งได้ประโยชน์"
นอกจากนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ยังมีเนื้อหาเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการ คตง.ในการตรวจสอบ สอบสวน และส่งฟ้องเองได้ เหมือนกับอัยการ และยังสามารถกำหนดอัตราเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ ได้เองเทียบเท่ากับองค์กรในกระบวนการยุติธรรม คือ ศาลและอัยการ
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าเป็นการให้ “อำนาจล้นฟ้า" กับ สตง.ตรวจสอบบัญชีได้ทั้งรัฐและเอกชน สามารถทำตัวเป็น "อัยการ" สอบสวน สืบสวน และส่งฟ้อง รวมถึงสามารถตั้งทนายฟ้องเอง แต่เจ้าตัวออกปากว่าเป็นการ "ติดดาบ" ในการตรวจสอบการทุจริต
การประชุมวุฒิสภาตลอดทั้งวันเพื่อถกร่างกฎหมายนี้ "ผ่านฉลุย" ไม่มีการแก้ไขแม้แต่ "ถ้อยคำ" เดียว ทั้งที่มี ส.ว.กว่า 30 ขอสงวนคำแปรญัตติ ด้วยตัวเลขล็อกไว้หลัก 70 เสียงขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก
แต่...เมื่อพิจารณาถึงบทเฉพาะกาล มาตรา 116 ส.ว.ทั้งสายสรรหา และเลือกตั้งได้ท้วงติงเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นมาตราที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ "คนคนเดียว" ที่มีบุญคุณในการสรรหาเข้ามาเป็น ส.ว. จึงได้ผนึกกำลังที่จะโหวตตัดมาตราดังกล่าวออก
ขณะที่อีกฝ่าย "วางแผน" ที่จะให้ผ่านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เตรียมการมาตั้งแต่การตั้งกรรมาธิการ จนกระทั่งกฎหมายเข้าสู่วาระ 2 และ 3 เพื่อให้กฎหมายผ่านโดยเร็ว โดยมี "เสียงลือเสียงเล่าอ้าง" ว่ามีบุคคลคนหนึ่งที่เป็นผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องกับการ "สรรหา ส.ว." มาเป็น "เงาทะมึน" คอย "บงการ" เกมการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ โดยร่วมมือกับ "ส.ว.บางกลุ่ม" ที่ต้องการเข้ามาเป็น ส.ว.อีกครั้ง หลังตนเองหมดวาระ
แต่กลับ "ตกม้าตาย" ตอนสุดท้าย เพราะเมื่อถึงมาตรา 116 ก็เป็นช่วงหัวค่ำ ส.ว.สายสรรหา และกลุ่ม 40 ส.ว. "ไม่อยู่" ในห้องประชุม เกมเลยพลิก เพราะเสียงปริ่มขนาดนี้ แนวโน้ม "โหวต" แทบจะ 100%
การนับองค์ประชุมจึงเป็น "ไพ่ใบสุดท้าย" เพื่อไม่ให้มีการโหวตมาตรา 116
“นายชรินทร์ หาญสืบสาย ส.ว.ตาก พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑจิตร ส.ว.สรรหา นายทรงศักดิ์ ศรีอนุชาติ ส.ว.สรรหา นายบุญชัย โชควัฒนา ส.ว.สรรหา นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา นายประเสริฐ ชิตพงศ์ ส.ว.สงขลา นายพรพจน์ กังวาล ส.ว.ระนอง น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม ส.ว.สรรหา น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม นายอนุศักดิ์ คงมาลัย ส.ว.สรรหา"
นี่คือรายชื่อ 11 ส.ว.ที่หายไปจากห้องประชุมเพียง 3 นาที หลังมีการลงมติให้เปิดประชุมต่อเพื่อให้ลงมติมาตรา 116 ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ว.สรรหา
"องค์ประชุมล่ม" ถือเป็น "ความเสียหาย" ต่อองค์กรวุฒิสภา ที่ควรทำหน้าที่ "กลั่นกรอง" กฎหมายให้มีความรอบคอบ ไม่ควร "เล่นเกม" เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ "คนใดคนหนึ่ง" และประโยชน์ "ของตนเอง" หรือทำเพื่อตอบแทน "บุญคุณ"
การประชุมนัดต่อไปในสัปดาห์หน้า เพื่อโหวตมาตรา 116 และโหวตวาระ 3 จะเป็นอีกครั้งที่ "วัดใจ" ส.ว.ว่าจะผ่านกฎหมายเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองหรือเพื่อใคร !!!
ประภาศรี โอสถานนท์



