
รายงาน-เกมสุดท้าย"?
"พวกมึงทำอะไรก็ถูก พวกกูทำอะไรก็ผิด แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรจะสันติได้อีกกี่น้ำ ผมจะขอร้องให้คนเสื้อแดงอดทนได้อีกนานแค่ไหนไม่รู้ ไม่ป่วยก็บอกว่าเป็นมะเร็ง มีคนมาเยี่ยมก็หาว่าเป็นกิ๊ก อยู่ดูไบมีระเบิดเมืองไทยก็หาว่าเป็นคนทำ ต่อสู้หาความเป็นธรรมอย่างสันติก็
จะเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนก็รังควาน จะไปทำมาหาเลี้ยงชีพก็จะไล่ล่า ได้รับเกียรติจากประเทศอื่นก็บอกว่าขายชาติ พูดปกป้องเจ้านายก็ว่าไม่จงรักภักดี แผ่นดินเกิดไม่ให้เหยียบ แผ่นฟ้าไม่ให้บินผ่าน หนังสือเดินทางไม่ให้ถือ เงินหามาสุจริตไม่ให้ใช้ ยศพระราชทานจะเอาคืน เครื่องราชฯ จะยึด ชีวิตก็จะไม่ไว้"
ดูเหมือนว่าข้อความของ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่ผ่านมาทางทวิตเตอร์ล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 17 พฤศจิกายน 2552 จะใช้คำพูดที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าทุกครั้ง
ขณะเดียวกันก็จับอารมณ์จากตัวอักษรที่ส่งผ่านมาได้อย่างชัดเจนว่า "เจ้าตัว" กำลังอยู่ในภาวะบีบคั้นทางจิตใจอย่างหนัก
แน่นอนว่าเป็นความบีบคั้นจากผลงานระบือลือลั่นของตัวเองที่ฝากไว้กับรอยร้าวฉานของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา
และน่าสังเกตอีกด้วยว่า ข้อความที่สะท้อนถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของ "ทักษิณ" เกิดขึ้นภายหลังจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เชิญเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประจำประเทศไทย มารับทราบข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า "ทักษิณ" พำนักอยู่ที่ดูไบ และใช้ดูไบเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมือง
ขณะเดียวกันเสียงจากเอกอัครราชทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็ยืนยันกลับมาว่าจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยตรวจสอบข้อมูล พร้อมกับย้ำว่าจะไม่ยอมให้ "นักโทษชายทักษิณ" ใช้ดูไบโจมตีประเทศไทย
แน่นอนว่าหากอาการแข็งขันของเอกอัครราชทูตดูไบ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจัง คนที่จะเดือดร้อนก็คือ "นักโทษชายทักษิณ"
เพราะต้องยอมรับว่าบนโลกใบนี้ เหลือพื้นที่ให้ "ทักษิณ" เหยียบย่างและใช้เป็นฐานปฏิบัติการโค่นล้มรัฐบาลไทยได้น้อยเต็มที
และตัว "ทักษิณ" ก็ย่อมรู้ดีแก่ใจว่าสถานภาพของตัวเองบนเวทีโลก นับวันจะเสื่อมถอยลงจนยากจะหามิตรประเทศที่จะกล้าเสี่ยงเอาประเทศตัวเองเป็นเดิมพันได้ เหมือนกับคนชื่อ "ฮุน เซน"
ดังนั้นหากจะเกิดอาการเสมือนถูกบีบคั้นก็ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะปฏิบัติการที่ถูกมองว่าเสมือน "ขายชาติ" ของตัวเองนั้น มันได้กลายเป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจไปแล้ว
ไม่เพียงแค่กระแสต่อต้านที่สะท้อนจากโพลล์สำนักต่างๆ รวมถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อต่างประเทศ
เพราะแม้แต่ในพรรคเพื่อไทยเอง กลุ่มคนเสื้อแดงที่เริ่มเห็นความผิดปกติ ลามไปถึงอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ก็ยังยอมรับต่อจังหวะก้าวที่สุ่มเสี่ยงเช่นนี้ของ "ทักษิณ" ได้ยากยิ่ง
เสียงจากผู้เคยเป็นถึงเสนาบดีรัฐบาลไทยรักไทยในอดีต ได้จับจ้องมองจังหวะก้าวนี้ด้วยท่าทีที่ไม่สบายใจเท่าไรนัก
เพราะการตัดสินใจโดยลำพังแบบหุนหันพลันแล่น บวกกับการเสนอรายงานจากคนแวดล้อมเพียงไม่กี่ชีวิตที่เลือกเสนอแต่สิ่งที่เจ้านายต้องการ รวมถึงความห่างไกลสถานการณ์ในประเทศ และข่าวสารที่ถูกต้อง ฯลฯ
ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ "ทักษิณ" ผู้นี้ ขาดข้อมูลที่ชัดเจนและส่งผลกระทบกับเจ้าตัว พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงไปเต็มๆ
นับตั้งแต่วีรกรรมเมื่อครั้งเหตุการณ์ "เมษาเลือด" รวมทั้งการเดินทางมาเยือนประเทศเพื่อนบ้านในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และยังตอกลิ่มด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อระดับยักษ์แดนผู้ดี
สิ่งเหล่านี้มันส่งผลกระทบเป็นลูกระนาดต่อ "ขบวนการทักษิณ" ไม่ว่าจะเป็นตัวนักโทษชายทักษิณ พรรคเพื่อไทย ไปจนถึงกลุ่มเสื้อแดง
เพราะประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดินย่อมอ่านหมากและเหตุผลของผู้ชายคนนี้ได้กระจ่างแจ้งกับคำพูดและการกระทำที่แสดงออกมาให้สัมผัส
"อดีตเสนาบดี" ผู้มีเครือข่ายกว้างขวางมองข้ามช็อตอย่างทะลุว่า...
“สองกรณีล่าสุดนั้น ทำให้ทักษิณตกเป็นรองอย่างชัดเจน และยากลำบากขึ้นแน่นอนในการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป รวมทั้งการกลับประเทศ เพราะเรื่องแบบนี้รู้กันดีว่ามันไม่สมควรพูดและกระทำ ไม่รู้ว่าทักษิณทบทวนความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์หรือไม่ ครั้งนั้นมันแพ้ไปแล้ว ยังหาเหตุผลในการชี้แจงลำบากเลย และบวกกับคราวนี้อีก...”
แม้ "ทักษิณ" อาจจะรู้สึกสาแก่ใจ ที่สามารถเหยียบย่างกายเข้าใกล้แผ่นดินเกิด รวมทั้งทิ่มแทงวาทกรรมมายังขั้วตรงข้ามแบบเย้ยฟ้าท้าดินได้ โดยที่รัฐบาลเพื่อนบ้านสนับสนุนการเคลื่อนไหวนั้น
แต่ในสายตาของ "อดีตเสนาบดี" ผู้นี้กลับมองว่า มันจบแล้ว !!!
“ผมเคยส่งสัญญาณเตือนไปแล้วว่า ทักษิณอย่านำตัวมาผูกติดกับพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง เพราะหากเกิดอะไรขึ้นมันจบทั้งหมด และวันนี้สถานการณ์มันเรียกได้ว่าแย่มาก ทักษิณชอบเสี่ยงแทงกับขั้วที่มีโอกาสชนะ และอาจจะกระทำการหรือเสนอความเห็นในช่วงที่ผิดจังหวะ มันเลยทำให้พลิกผันไปหมด”
บทสรุปที่ชัดเจนที่สุดสำหรับเกมที่ "ทักษิณ" เลือกจะเล่นในวันนี้ ก็คือ "เกมดวลกับความตาย” ซึ่งแน่นอนว่าเขายอมเสี่ยงสุดตัว
และไม่แน่ด้วยว่าอาจจะเป็น "เกมสุดท้าย" ที่เจ้าตัวได้เล่น !!!
โต๊ะข่าวการเมือง



