ข่าว

เดี๋ยวนายก็ย้าย

เดี๋ยวนายก็ย้าย

18 พ.ย. 2552

“ย้ายตามไง” คำตอบของนายตำรวจที่ทำให้คนที่ร่วมคิดงานใหญ่พากันมองหน้าด้วยอาการเลิกลั่ก ภายหลังจากที่นายตำรวจใหญ่ถูกตั้งคำถามจากผู้ร่วมคิดโครงการว่า “โครงการดีๆ ที่ทุกคนตั้งใจคิดกันนี้จะมีทิศทางดำเนินการอย่างไร หากนายตำรวจผู้เริ่มคิด เริ่มทำโครงการถูกย้าย”

 โครงการใหญ่ๆ ที่มีเป้าประสงค์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ซึ่งมีความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ซับซ้อนนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์และความคิดที่สร้างสรรค์ไม่ติดกรอบกับดักความคิดเดิมๆ ไม่ติดกรอบวิธีการเดิมๆ ผ่านการคัดลอกโครงการเดิมๆ มาทำ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายตำรวจเล่าว่า “หลายโครงการจบแค่เขียนโครงการเสร็จแล้วได้เงินมาก็จบแล้ว ไม่ได้ทำจริงจังอะไร หน่วยงานที่ให้ทุนบางหน่วยก็ไม่ได้มาดูว่าทำจริงมั้ย ผู้กำกับบางคนเขียนโครงการขอทุนเก่งมากแต่ไม่ได้ทำจริงจังหรอก...แค่นำเสนอเก่ง”

 นอกเหนือจากการที่ผู้นำจะต้องมีความมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อทำความเข้าใจผู้คนที่เกี่ยวข้อง เข้าใจสภาพปัญหา บริบททางสังคมวัฒนธรรมที่มีการช่วงชิงต่อสู้กันของอำนาจและผลประโยชน์แล้วนั้น ผู้นำจะต้องมีความสามารถที่จะทำให้ทีมงานและภาคีเครือข่ายมีใจร่วมกัน “ต้องได้ใจคนทำงานก่อน” นายตำรวจใหญ่กล่าวย้ำด้วยน้ำเสียงเนิบ ช้า อย่างชัดถ้อยชัดคำ

 การทำงานที่ฉาบฉวยในโลกของตำรวจปัจจุบัน ส่วนหนึ่งนั้นเกิดขึ้นเนื่องมาจากเหล่าบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาเรียนรู้ว่า "เดี๋ยวนายก็ย้าย" วาทกรรมเดี๋ยวนายก็ย้ายกลายเป็นถ้อยคำที่มีพลังอำนาจในการลดประสิทธิภาพในการปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ ในโลกของตำรวจ เช่น การทำงานเพียงแค่พอผ่าน การถ่วงงานให้ล่าช้า เป็นต้น “เวลาเรียกประชุมก็มานั่งฟังเฉยๆ ไม่แสดงความคิดเห็นกลัวความคิดเห็นผูกมัดตัวเองให้ต้องทำงาน” เสียงของตำรวจผู้เป็นนายให้คำอธิบายแสดงเหตุผลของวัฒนธรรมการประชุมที่แสนน่าเบื่อหน่ายในโลกของตำรวจ

 ในขณะที่ลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชาให้เหตุผลโต้แย้งว่า “ประชุมไปก็เท่านั้น เขาไม่ได้ต้องการความคิดพวกเรา เขาให้เราไปรับคำสั่งในที่ประชุม” มุมมองที่แตกต่างระหว่างนายและลูกน้องนำมาซึ่งความสัมพันธ์และความสุขในการทำงาน ซึ่งหมายความว่า สุดท้ายปลายทางคือ ประสิทธิภาพในการพิทักษ์สันติราษฎร์ด้วย การโยกย้ายอย่างไร้ระบบในโลกของตำรวจปัจจุบันชวนให้เกิดข้อสงสัยถึงจุดมุ่งหมายที่มาเบื้องหลังการโยกย้ายว่าเป็นไปเพื่อพิทักษ์สันติราษฎร์หรือมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง??? นอกเหนือจากรูปแบบการโยกย้ายที่ไร้กระบวนท่าแล้ว วัฒนธรรมการทำงานแบบลอยตัวในภาวะสุญญากาศของตำรวจไทยยังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางใน บริบทการบริหารจัดการแบบรักษาการ อีกด้วย

ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข