ข่าว

นร.อัสสัมชัญ เหยื่อเครนถล่ม อาการดีขึ้นตามลำดับ

นร.อัสสัมชัญ เหยื่อเครนถล่ม อาการดีขึ้นตามลำดับ

26 มิ.ย. 2562

เจ้าของโรงแรมต้นเหตุเครนถล่มใส่โรงเรียนอัสสัมชัญ นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมอาการเด็กนักเรียน พร้อมขอโทษผู้ปกครองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

                เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2562 ที่โรงพยาบาลเลิดสิน อาคารกาญจนาพิเษก นายวรพล อุดมโชคปิติ ผู้บริหาร บริษัท บางกอก ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (Bangkok Hospitality) เจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมริเวอร์ การ์เด้น (River Garden) ได้นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยมและให้กำลังใจ พร้อมขอโทษผู้ปกครองของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเครนก่อสร้างหักโค่นหล่นใส่หลังคาโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์

                นายวรพล เปิดเผยว่า ตอนนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาระดับหนึ่ง หลังการเข้าเยี่ยมและพูดคุย พอได้ทราบว่าอาการของน้องนักเรียนดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ก็ยังไม่สบายใจซะทีเดียว เพราะไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุทางบริษัทก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ส่งพนักงานเข้ามาดูแลน้องนักเรียนทุกวัน เพื่อให้ทางผู้ปกครองและน้องสบายใจว่าเราเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง หลังจากนี้จะหาเวลาเข้าพบผู้ปกครองของน้อง เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการเยียวยา เนื่องจากขณะนี้ตัวผู้ปกครองติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัด จึงให้น้าของเด็กมาดูแลแทน

                ส่วนเรื่องความช่วยเหลือต่างๆ ที่เราดูแลแล้ว เช่น เรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาที่โรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆเราก็ได้ดูแลในเบื้องต้น เรื่องค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเราจะดูแลตลอดเวลา ยืนยันว่าจะรับผิดชอบช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วงกังวล

 

 

นร.อัสสัมชัญ เหยื่อเครนถล่ม อาการดีขึ้นตามลำดับ

 

 

                ส่วนเรื่องจะมีการดำเนินก่อสร้างโครงการต่อไปหรือไม่นั้น ขณะนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดเราต้องเยียวยา ดูแลจิตใจผู้ได้รับบาดเจ็บ ดูแลจิตใจครอบครัวของเด็ก คุณครู โรงเรียน โบสถ์ ตนว่าเราทำตรงนั้นให้เสร็จก่อน หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องดูแล ต้องมีการพูดคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

                ขณะที่นางสาวบุญเรือง ผากานนท์ ซึ่งเป็นน้าของนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า บรรยากาศการพูดคุยกันในวันนี้เป็นไปด้วยดี หลังเกิดเหตุทางเจ้าของโครงการก็เข้ามาดูแล มีความจริงใจที่จะรับผิดชอบ ส่วนตัวแล้วไม่รู้สึกติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะว่าเหตุการณ์มันเกิดไปแล้ว เราคงไม่สามารถไปย้อนเวลาไม่ให้มันไม่เกิดได้ มัวแต่ทะเลาะกันไปมา มันก็ไม่ได้อะไร ส่วนเรื่องของคดีก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจ เรื่องของการรักษาก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ ส่วนอาการของน้องโดยรวมดีขึ้นหมดแล้ว เพียงแต่ว่าต้องรอการฟื้นฟูสักระยะ เพราะว่าส่วนที่ได้รับความกระทบกระเทือนคือสมอง ต่อให้ภายนอกแข็งแรงแล้วแค่ไหน แต่ข้างในยังต้องใช้เวลา