ข่าว

โจรทั่วโลกเหิมยอดขโมยสินค้าพุ่ง 6%

โจรทั่วโลกเหิมยอดขโมยสินค้าพุ่ง 6%

18 พ.ย. 2552

เศรษฐกิจถดถอย-ค้าปลีกตัดงบด้านความปลอดภัย ส่งผลการขโมยสินค้าทั่วโลกพุ่ง 6% มูลค่าความเสียหายกว่า 3.8 ล้านล้านบาท ไทยติดอันดับ 2 เอเชียแปซิฟิก ด้านโลตัสระบุ ร้านแบกะดิน แหล่งรับซื้อหลัก

 นายโจชัว แบมฟิลด์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการค้าปลีก เปิดเผยผลการศึกษาระดับการโจรกรรมในธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก ช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคม 2551-มิถุนายน 2552 ว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้น 3.82 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 5.9% โดยผู้ค้าปลีกเชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นสาเหตุที่ทำให้การขโมยสินค้าเพิ่มขึ้น

 ทั้งนี้ ภูมิภาคที่มีการขโมยเพิ่มมากที่สุดคือ อเมริกาเหนือ 8.1% ตะวันออกกลางและแอฟริกา 7.5% ยุโรป 4.7% และเอเชียแปซิฟิก 4.2% ส่วนประเทศไทยมียอดขโมยเพิ่มขึ้น 4.4% คิดเป็นมูลค่ารวม 3.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.66% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 จากการสำรวจ 9 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก ประเทศที่มีอัตราการขโมยสูงสุด คือ อินเดีย โมร็อกโก และเม็กซิโก ส่วนประเทศที่มีอัตราการขโมยน้อยที่สุดคือฮ่องกง ไต้หวัน และออสเตรีย

 นายร็อบ แวน เดอ เมอร์วี ประธานและซีอีโอบริษัท เช็คพอยท์ ซิสเต็มส์ อิงค์ กล่าวว่า ช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ผู้ค้าปลีกต้องลดต้นทุนเกือบทุกส่วน รวมถึงการป้องกันขโมยที่ลดไปกว่า 3 หมื่นล้านบาท แต่ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการลดต้นทุนด้านนี้จะส่งผลลบ โดยประเภทสินค้าซึ่งเป็นที่นิยมของขโมย พบว่าการขโมยเสื้อผ้ามีสัดส่วน 3.85% ขณะที่การขโมยเนื้อสัตว์ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีสัดส่วน 3.38% นอกจากนี้สินค้ายอดนิยมอื่นๆ คือสิ่งที่มีขนาดเล็ก เช่น เครื่องเล่นเกม แผ่นดีวีดี สื่อเพื่อความบันเทิง ไอพอด เครื่องเล่น เอ็มพี 3 เครื่องสำอาง ครีม น้ำหอม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารราคาแพง อุปกรณ์โกนหนวด โทรศัพท์มือถือ และนาฬิกา

 ด้าน พ.ต.อ.ทศเทพ นิวาศบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายป้องกันและรักษาผลประโยชน์ เทสโก้ โลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยมีสินค้า “แบกะดิน” อยู่จำนวนมาก และมีจำนวนไม่น้อยที่รับซื้อสินค้าจากขโมย ซึ่งในแต่ละปีของเทสโก้ โลตัส มีมูลค่าความเสียหายนับร้อยล้านบาท เท่ากับ 0.4% ของต้นทุนสินค้า ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเป็นระดับที่ยอมรับได้