
ยอดซื้อข้าวไทยเพิ่มดันราคาขยับเร่งรัฐขายของในสต็อก
ต่างชาติสั่งซื้อข้าวไทยเพิ่ม หลังราคาข้าวตลาดโลกขยับ ทำให้ราคาแพงกว่าเวียดนามไม่มาก คาดปีหน้ายอดทะลุ 10 ล้านตัน เร่งรัฐนำข้าวในสต็อกออกประมูล ด้านชาวนาร้องขอส่วนต่างประกันราคาเพิ่มส่วนที่ใช้สิทธิไปแล้ว พาณิชย์เดินเครื่องเปิดจุดรับซื้อและจัดตลาดนัดข้าวเปล
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งข้าวไทย กล่าวว่า ขณะนี้หลายประเทศได้สั่งซื้อข้าวไทยมากขึ้น เนื่องจากราคาข้าวไทยกับเวียดนามมีส่วนต่างกันเพียง 40-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน แต่ข้าวไทยมีคุณภาพดีกว่า ทำให้ราคาข้าวไทยส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าต้นปีหน้าข้าวขาวของไทยอาจจะปรับสูงถึง 600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และข้าวนึ่งอาจจะปรับสูงขึ้นจากตันละ 570 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 650-700 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาข้าวหอมมะลิจะลดลงเล็กน้อย
"คาดว่าในปีหน้าการส่งออกข้าวไทยจะทะลุ 10 ล้านตัน ซึ่งจากราคาที่สูงขึ้นในขณะนี้ อยากให้รัฐบาลทยอยนำข้าวในสต็อกออกมาประมูลให้เอกชนนำไปขาย และเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยง หากว่าราคาข้าวปรับลดลงเร็ว" นายชูเกียรติ กล่าว
ด้านนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า ขณะนี้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นเกินราคาประกันที่รัฐบาลกำหนด ทำให้ชาวนาที่ลงทะเบียนเข้าโครงการจึงไม่ใช้สิทธิ์ขอรับเงินประกัน โดยนำไปขายให้เอกชนแทน เพราะได้ราคาที่ดีกว่า ส่วนที่ขอใช้สิทธิรับเงินประกันราคาในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีประมาณ 60% ซึ่งยังไม่ได้รับเงินชดเชยนั้น เมื่อราคาข้าวสูงขึ้นแล้ว รัฐบาลจะเพิ่มเงินส่วนต่างให้ชาวนาได้หรือไม่
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เปิดจุดรับซื้อข้าวตามนโยบายโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล เพื่อให้เกษตรกรขายข้าวได้ราคาดี และเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรที่ปลูกข้าวอายุสั้นหรืออายุน้อยกว่า 100 วัน มีแหล่งขายข้าว ด้วยการให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรผ่านโรงสี โดยโรงสีที่เข้าร่วมรับซื้อข้าวจากเกษตรกรจะมีป้ายธงสีฟ้า ซึ่งขณะนี้มีโรงสีสมัครเข้าร่วมโครงการ 632 แห่ง มีการเปิดจุดรับซื้อข้าวแล้ว 124 แห่ง ใน 34 จังหวัด
นอกจากนี้กรมการค้าภายในจะจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อให้เกษตรกรมีแหล่งซื้อขายข้าวเปลือกเพิ่มขึ้น โดยจะจัดตลาดนัดให้โรงสีมารับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญในพื้นที่ 59 จังหวัด ตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายน 2552-กุมภาพันธ์ 2553 ยกเว้นในภาคใต้จะเริ่มเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม 2553 ซึ่งจะเริ่มนำร่องครั้งแรกในพื้นที่แหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พิจิตร นครสวรรค์ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม สกลนคร อุดรธานี และ ลพบุรี โดยจัดจังหวัดละ 1 ถึง 3 วัน



