
มันก็แค่เรื่องปลายเหตุ
บทบรรณาธิการ นสพ.คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562
เป็นข่าวใหญ่โตเมื่อสองสามวันก่อน กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม น.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ ปริศนา พรายแสง หรือปุ๊กกี้ อายุ 40 ปี อดีตนักร้องสาวชื่อดังยุค 90 และนายชลวิทย์ คีตะตระกูล อายุ 49 ปี สามีในข้อหาร่วมกันค้ายาเสพติด ซึ่งรายละเอียดการจับกุมคงทราบกันดีแล้วตามสื่อต่างๆ ที่รายงานเรื่องนี้แทบทุกช่องทาง แต่สิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งคือคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. เกี่ยวกับคนในวงการบันเทิงบางคนที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งกับคดีค้ายาเสพติดของนักร้องสาว
“กรณีมีข่าวเสนอว่ามีดาราชาย นางแบบ และคนที่รู้จักปุ๊กกี้ อีก 2-3 คนเข้าออกบ้านปุ๊กกี้ และเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วย จากการสอบสวนผู้ต้องหายังไม่มีการซัดทอดหรือพาดพิงไปถึงดาราชายดังกล่าว แต่ถ้าหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่มีการละเว้น แต่หลังจับตัวปุ๊กกี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทางเทคนิคแล้วพบว่ามีความเชื่อมโยงไปถึงดาราหลายคน แต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ อาจเป็นการพูดคุยกันในฐานะเป็นเพื่อนดารานักแสดงด้วยกันก็ได้ ซึ่งสอบสวนขยายผลต้องขอปิดไว้ก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน”
น่าสนใจยิ่งนัก ถ้าสิ่งที่ “พล.ต.ท.ชินภัทร” ให้สัมภาษณ์เป็นเรื่องจริง เพราะการสืบสวนในทางลับของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.พบว่า อาจมีมีศิลปินดาราเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ 4 คน มีทั้งดารา-นักร้องชาย ส. และ น. หรือแม้กระทั่งอดีตพระเอก ก. โดยแต่ละชื่อที่กล่าวมาทำให้ประชาชนคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่า เป็นใคร แต่ไม่ว่าอย่างไรจนถึงขณะนี้เรายังไม่รู้ว่าดารากลุ่มนี้เข้าไปเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ ดังนั้นทุกคนต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคคลบันเทิงเหล่านี้ด้วย อย่าเพิ่งไปคาดเดา ส่งต่อ แชร์ เมนต์ เม้าท์ เพราะตราบใดที่หลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยังโยงใยไปไม่ถึง ดาราและศิลปินที่ถูดพาดพิงยังถือเป็น “ผู้บริสุทธิ์” 100%
ดังนั้นเพื่อให้ความจริงกระจ่าง...สิ่งสำคัญที่สุดคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสืบค้นความจริงว่าบุคคลบันเทิงเหล่านี้เข้าไปเกี่ยวข้องและพัวพันกับเครือข่ายของปุ๊กกี้จริงหรือไม่ และถ้าดารากลุ่มนี้กระทำผิดจริง กฎหมายและสังคมควรต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด เพราะในฐานะ “บุคคลสาธารณะ” การมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ “เยาวชน” รับรู้และเกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบได้ หาก “เยาวชน” กลุ่มนั้นมี “สถาบันครอบครัว” ที่อ่อนแอ ไม่เข้มแข็ง ตรงนี้ต่างหากถือเป็นสิ่ง “อันตราย” อย่างยิ่งต่อประเทศของเรา
สุดท้ายปัญหา “ยาเสพติด” ไม่ใช่เรื่องของใครบางคนเพียงฝ่ายเดียวที่ลุกขึ้นมาแก้ไข และไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะต้องเพิกเฉย หรือนิ่งดูดายกับสิ่งเลวร้ายที่เกิดอยู่ตรงหน้าอีกต่อไป ...ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัว สถาบันศึกษา สังคม กฎหมาย รวมถึงการเรียนรู้ถึงมหันตภัยร้ายหากเผลอไผลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน ถึงตรงนี้ต้องยอมรับว่า ยาเสพติดทำร้ายประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดเวลาหลายสิบปีมีผู้คนมากมายต้องเจ็บปวดกับปัญหาดังกล่าวไม่รู้กี่ร้อยกี่พันครั้ง...สิ่งที่เกิดขึ้นกับนักร้องสาวปุ๊กกี้ หรือดาราที่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นก็แค่ปัญหาปลายเหตุที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้น...ขณะที่ต้นเหตุของ “ปัญหา” ที่แท้จริงคงต้องตั้งคำถามกลับไปยังทุกคนว่า เราได้แก้ไขกันอย่างจริงจังแล้วหรือยัง...



