
"ชวนชี้เขมรจับหนุ่มวิศวกรไทยเป็นข้อกล่าวหา
ชวนชี้เขมรจับวิศวกรไทย เป็น ข้อกล่าวหา แนะรัฐทำดีแล้ว อย่าตอบโต้ด้วยอารมณ์แค่สะใจ ต้อง คำนึงถึง ความถูกต้อง-ชอบธรรม เป็นมาตรฐานที่อารยประเทศพึงปฏิบัติ เบา-หนัก ต้องอยู่ในกรอบที่ทำได้ กรีด แม้ว ไม่ใช่เรื่องของ ญาติ-พี่น้อง- พรรคพวก
(17พ.ย.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ทางรัฐบาลกัมพูชาจับตัวนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ อายุ 31 ปี พนักงานบริษัท กัมพูชาแอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิส หรือแคทส์ ( CATS) บริษัทในเครือบริษัทสามารถเทเลคอมกักขังในกัมพูชาว่า ส่วนตัวเข้าใจว่ารัฐบาลพยายามที่จะประสานอยู่ โดยติดต่อที่จะดูแลแต่โดยทั่วไปอารยประเทศ ที่ปฏิบัติต่อผู้ที่ถูกจับหรือถูกควบคุมตัวจะได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากรัฐบาลที่กล่าวหา เพราะเขาเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่ใช่จำเลยหรือนักโทษ แต่เท่าที่ฟังข่าว ทราบว่าวิศวกรคนดังกล่าวได้มีการโทรศัพท์มาบอกคุณแม่ของเขาว่า สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง ตนทราบก็โล่งใจ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างไทย - กัมพูชา ยังมีอยู่จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยและคนไทยนั้น ต้องช่วยเป็นกำลังใจให้คนที่ถูกจับกุมอยู่ ซึ่งตนคิดว่าเป็นแค่ข้อกล่าวหาเท่านั้น ความจริงจะเป็นอย่างไรคงจะพิสูจน์ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการมองว่ารัฐบาลน่าจะดำเนินการทางการทูตที่รุนแรงกว่านี้ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อย่าไปทำอะไรด้วยอารมณ์ ต้องใช้เหตุผล ยึดความถูกต้องเพราะเราทำอะไร พูดอะไรไปเวลานี้ จะผูกมัดวันข้างหน้าถ้าพูดในสิ่งที่ไม่จริงหรือพูดในสิ่งที่ขัดต่อหลักที่พึงปฏิบัติในระหว่างประเทศ เราอย่าไปทำอะไรแล้วเพื่อความสะใจ แต่เราต้องไปทำเพื่อความชอบธรรมถูกต้องตามหลักมาตราฐานที่อารยประเทศพึงปฏิบัติ ไม่ว่าจะเบาหรือหนักก็ตาม ต้องอยู่ในกรอบที่ทำได้
ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา เสนอเป็นตัวกลางเพื่อประสานกับทางการกัมพูชา แต่มีเงื่อนไขว่ารัฐบาลไทยต้องร้องขอมานั้น นายชวน กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่ติดต่อกับรัฐบาลกัมพูชาเพราะคนของเราถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ของกัมพูชา
ดังนั้นคนที่รัฐบาลไทยจะต้องติดต่อโดยตรงคือ ทางการกัมพูชา ส่วนคนนอกจะช่วยพูดอะไรก็เป็นญาติพี่น้องกัน เป็นพรรคพวกกันก็เป็นเรื่องของเขา ซึ่งเรื่องนี้ปกติไม่ใช่เรื่องของญาติพี่น้อง แต่เป็นเรื่องของความถูกต้อง ถ้าเขาไม่ได้ทำความผิดก็ไม่มีสิทธิที่จะไปจับ แต่ถ้าเป็นความผิดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าสมมติว่า บ้านเราไปจับคนทำผิดแล้วเขาเอาญาติมาอ้าง ก็เป็นเรื่องที่ยาก
ต้องยึดความถูกต้องชอบธรรมเป็นหลัก ตนเชื่อว่าคนไทยคงไม่ไปทำอะไรจึงดีแล้วที่รัฐบาล ที่รัฐบาลพยายามประสานติดต่อเพื่อดูแลเขาอย่างน้อย เบื้องต้นในเรื่องของสิทธิการเข้าไปเยี่ยมและติดต่อทนายความเพื่อดูแล เป็นสิ่งที่รัฐบาลกัมพูชาควรจะอนุญาตให้ทำได้ตามหลักสากล
นิตยาพร รีไรท์



