
กก.เอกลักษณ์ของชาติเตือนสื่อกระทบสถาบัน
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าฯ นครปฐม ในฐานะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เตือนสื่อระวังการสัมภาษณ์กระทบสถาบัน วอนทุกฝ่ายเร่งสร้างความสามัคคีเพื่อในหลวง กทม.จัดงานพระบารมีจรัสหล้าเทิดพระเกียรติในหลวง 3-7 ธ.ค.นี้
(17 พ.ย.) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าฯ นครปฐม ในฐานะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ประธานหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ระบุต่อกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ผ่านไทมส์ออนไลน์ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. มีเนื้อหาบางส่วนพาดพิงถึงสถาบัน โดยได้ส่งเอกสารทางวิชาการ ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่าด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อเกี่ยวกับสถาบัน แก่สื่อมวลชนแขนงต่างๆว่า
คนไทยได้รับการอบรมสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กว่า หากจะมีการพูดจาให้สัมภาษณ์ที่เป็นสาธารณะไม่ว่าจะเป็นกับสื่อแขนงใด อันเกี่ยวกับเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะกับชาวต่างประเทศ บุคคลผู้ให้สัมภาษณ์ต้องมีความพร้อมด้วยวุฒิภาวะเป็นอย่างสูง ทั้งภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศที่ต้องมีความแตกฉาน หาใช้ผลีผลามราวกับว่า ตนเก่ง ยิ่งหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมืองตามสถานการณ์ปัจจุบัน
“ผู้พูดในทุกๆ กรณีต้องยกไว้เหนือเกล้าฯ ที่จะกล่าวด้วยความรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์สูงสุด ไม่ใช่นำมาเป็นประเด็นเพิ่มเติมทางความขัดแย้ง และใช้ความรู้สึกหรือความเข้าใจส่วนตนเข้าไปราวกับเป็นพระญาติพระวงศ์หรือเป็นผู้รอบรู้ผู้เชี่ยวชาญทางประวัติศาสตร์หรือจารีตประเพณี ประการนี้เขาเรียกว่า “ก้าวล่วงจารีตประเพณี” ซึ่งคนไทยเรียกว่า “อวดดีและเป็นการลามปาม” หรือใช้คำว่า “ทะลึ่ง” (insolent) ที่ไปกล่าววิพากษ์วิจารณ์เจ้านาย โดยมีการเปรียบเปรยรัชสมัยที่ตนไม่รู้จริง อีกทั้งไม่มีภาระหน้าที่เกี่ยวข้องตรงนี้” ม.ล.ปนัดดา ระบุ
ม.ล.ปนัดดา กล่าวต่อไปว่า ความจงรักภักดีของคนไทยจึงถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติมาช้านานแล้ว บุคคลผู้มีบทบาทและอำนาจหน้าที่ในแผ่นดินจึงต้องมุ่งมั่นสร้างความถูกต้องของสังคมไทยให้เป็นไปตามครรลองครองธรรม ไม่ใช่กระทำแบบผิดๆ หรือเอาแต่ใจ อันเท่ากับเป็นการทำลายล้างประเทศชาติโดยทางตรงและทางอ้อม แต่ต้องมุ่งรักษาระเบียบแบบแผนอันดีของสังคมไทย มีความวิริยะอุตสาหะในการเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคี เพื่อการกลับฟื้นคืนดี ถวายเป็นคุณความดีแด่ล้นเกล้าฯ ปวงชนชาวไทยตราบชั่วชีวิตของคนไทยทุกคน
กทม.จัดงาน“พระบารมีจรัสหล้า”เทิดพระเกียรติในหลวง3-7ธ.ค.นี้
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ โฆษก กทม. เปิดเผยภายหลังประชุมผู้บริหาร กทม. ว่า กรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้เตรียมจัดงานในส่วนของกทม. ซึ่งได้ถือโอกาสมหามงคลจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องโอกาสเฉลิมมงคลพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธันวาคม 2552 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่องาน “พระบารมีจรัสหล้า” ที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง ระหว่างวันที่ 3-7 ธันวาคม
นายธราดล กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ 1.การจัดนิทรรศการ ซึ่งจะมีพระราชประวัติ พระราชจริยวัตร พระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 2.การจัดทำมัลติมีเดียเทิดพระเกียรติ เพื่อนำเสนอให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานได้รับชมและร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ 3.การจัดแสดงแสงสีเสียงเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ4.เชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร
นอกจากนั้นแล้ว ภายในพื้นที่จัดงานจะแบ่งโซนออกเป็นซุ้มตกแต่งอย่างยิ่งใหญ่สวยงามทั้ง 9 ซุ้ม ประกอบด้วย 1.ซุ้มกรุงเทพนคราสดุดี 2.ซุ้มผลึกบารมีนิรมิต 3.ศาลาส่องใจราษฎร์ 4.พลับพลาประกายจรัสหล้า 5.ลานฉายพลังแผ่นดิน 6.ลานฉายพลังแผ่นดิน 7.หอภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติ 8.เวทีการแสดงเทิดพระเกียรติ และ 9.จุดรวมใจถวายพระพร ทั้งนี้กทม.ได้เตรียมดอกไม้เงินดอกไม้ทอง เพื่อให้ประชาชนเขียนแล้วนำไปหย่อนลงในตู้รับ
พร้อมกันนี้ กทม. ได้จัดทำโปสการ์ด “พระบารมีจรัสหล้า” เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานจำนวน 5 ชุด โดยจะแจกวันละ 1 ชุดตลอด 5 วัน ๆ ละ 1 ชุดไม่ซ้ำแบบกัน
วธ.เชิญชวนคนไทยน้อมนำคุณธรรม4ประการในหลวงใช้ในชีวิต
นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้จัดทำโครงการรักพ่อ ทำตามคำสอนพ่อ โดยได้อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พร้อมพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยคุณธรรม 4 ประการ ได้แก่ เมตตาธรรม สามัคคีธรรม สุจริตธรรม และเที่ยงธรรม เมื่อครั้งเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 มาจัดทำเป็นใบคำถวายสัตย์ปฏิญาณ จำนวน 2 ล้านใบ เพื่อมอบให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ลงนาม ชื่อ นามสกุล ถวายสัตย์ปฏิญาณและน้อมนำพระราชดำรัสไปประพฤติปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศในวันที่ 5 ธันวาคม 2552 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นายธีระ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติในส่วนของวธ.ได้จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 3-7 ธ.ค. ในหลายพื้นที่ ดังนี้ โรงละครแห่งชาติ(โรงใหญ่) มีการแสดงมายากล การแสดงกายกรรมลาง ละครนอก ละครเล็ก หุ่นช่างฟ้อน รำถวายพระพร การแสดงหุ่นนานาชาติ โรงละครแห่งชาติ(โรงเล็ก) การจัดฉายภาพยนตร์ 3 มิติ เวทีสังคีตศาลา การแสดงของสถาบันบัณทิตพัฒนศิลป์ ห้องดำรงราชานุภาพ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีการประชุมเรื่องของหุ่น ป้อมมหากาฬและถนนราชดำเนินกลาง(ฝั่งสำนักงานกองสลาก) บริเวณสี่แยกคอกวัว จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ การสาธิต จำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลผลิตทางวัฒนธรรม
“ในปีนี้ถือว่าเป็นปีพิเศษ ที่ประชาชนทุกคนจะได้แสดงความจงรักภักดี ด้วยการถวายสัตย์ปฏิญาณตามพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งร่วมแสดงความสามัคคีและร่วมกันทำความดีถวายแด่พระองค์ท่าน โดยในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม นี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำถวายสัตย์ฯ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และจะมีการจัดพิธีดังกล่าวพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ”รมว.วัฒนธรรม กล่าว



