
มาร์คคุยกับแม่วิศวกรแล้ววันนี้จะมีข่าวดี
ชวนนท์ เผย อุปทูตไทยได้เข้าพบศิวรักษ์ที่เรือนจำเพซอแล้ว เจ้าตัวบอกความเป็นอยู่โอเค ไม่โดนซ้อม ด้านแม่เหยื่อ ฝากลูกรักษาสุข ภาพ ให้เข้มแข็ง
(17พ.ย.) เวลา 12.20 น.นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม.ว่า อุปทูตไทยในกัมพูชาและเจ้าหน้าที่ทูตไทย 3-4 คน ได้เข้าพบนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย ที่เรือนจำเพซอแล้ว และรายงานมาทุกอย่างเป็นไปด้วยดี อาหารการกินก็พร้อม ยารักษาโรคก็มี ความเป็นอยู่ถูกสุขลักษณะ แต่ก็อยู่ในเรือนจำ ส่วนเรื่องคดียังไม่มีการรายงาน เพราะตอนนี้อุปทูตไทยกำลังพูดคุยเพื่อสอบถามว่าคดีเป็นอย่างไร ข้อกล่าวหคืออะไร ประเด็นการต่อสู้คืออะไร ขอให้ได้ข้อมูลตรงนี้ชัดเจนก่อนจึงจะมาดูทนายความที่เหมาะสมกับคดีนี้ ณ เวลานี้ เขากำลังคุยอยู่ว่าจับคนของเราไปเรื่องอะไร เพราะที่ทราบมาตลอดคือรู้จากหนังสือพิมพ์เท่านั้น เพราะฉะนั้นต้องรอข้อเท็จจริง และอุปทูตไทยได้บอกด้วยว่ามารดาของนายศิวรักษ์ได้โทรศัพท์พูดคุยกับบุตรชาย แล้ว
เมื่อถามว่านายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้คุยกับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศกัมพูชาหรือไม่หลังส่งหนังสือไปเมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชวนนท์ กล่าวว่า เมื่อนายกษิตมีหนังสือไปยังกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา เขาแจ้งกลับมาว่าให้เราเข้าพบคนของเรา แต่นายกษิตกับนายฮอร์ นัม ฮง ยังไม่ได้คุยกัน เพราะเวลาไม่ตรงกัน ตอนนี้ต้องรอดูสถานการณ์ซึ่งคลี่คลายแล้ว เราก็ต้องดูเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ดีขึ้น ตอนนี้ต้องใจเย็น ตนหวังว่าจะเป็นแนวโน้มและสัญญาณที่ดีในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กัน เชื่อว่าน่าจะเริ่มต้นเดินหน้าเจรจาได้ เพราะเขาก็มีท่าทีอ่อนโยนลงบ้าง เราก็ยินดีที่จะเดินหน้าหาความสงบ
ต่อ ข้อถามถึงความเป็นอยู่ของนายศิวรักษ์ เจ้าตัวเองโอเคหรือไม่ เลขานุการรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตัวนายศิวรักษ์ใช้คำวามว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำดูแลเป็นอย่างดี เขาบอกว่าโอเค อาหารพร้อม ไม่อดอยาก สุขลักษณะก็พออยู่ได้ในแง่เรือนจำ เมื่อสถานที่โอเคและความเป็นอยู่ใช้ได้ ก็คงบอกได้ว่าไม่มีอะไรรุนแรงเกินกว่าเหตุ เมื่อถามย้ำว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายใช่หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.45 น.วันเดียวกัน ที่วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา อุปทูตไทยประจำกัมพูชา ติดต่อทางโทรศัพท์มายังนางสิมารักษ์ ณ นครพนม อายุ 57 ปี ข้าราชการครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้าแผนกวิชาพณิชยการ วิทยาลัยเทค นิคนครราชสีมา มารดา นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ อายุ 31 ปี ชาว จ.นครราชสีมา วิศวกรประจำหน่ายงานจราจรอากาศกัมพูชา หน่วยจราจรทางอากาศบริษัทควบคุมการบิน บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส จำกัด (CATS) เครือ บริษัทสามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวไป
โดย อุปทูตไทยประจำกัมพูชา บอกว่า ตอนนี้อยู่กับลูกชายที่กัมพูชา จากนั้นได้ให้นางสิมารักษ์คุยโทรศัพท์กับลูกชาย ซึ่งนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ บอกกับแม่ว่า สบายดี แม่ไม่ต้องเป็นห่วง ทางการกัมพูชาดูแลเป็นอย่างดี โดยได้พูดคุยกับแม่ 2-3 นาที ก่อนวางสายโทรศัพท์
หลังคุยโทรศัพท์กับลูกชาย นางสิมารักษ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้ยินเสียงลูกชาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุยกันหลังจากลูกถูกจับตัวไป แต่ไม่กล้าสอบถามอะไรมาก เกรงว่าลูกจะได้รับอันตราย ได้ยินแค่เสียงก็ดีใจแล้ว
นางศิมารักษ์ ณ นครพนม ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ว่า ทุกวันนี้เครียดเรื่องลูกมาก ต้องกินยานอนหลับทุกวันเพราะคิดลูกว่าจะลำบาก หากทางกระทรวงการต่างประเทศจะให้เดินทางไปเยี่ยมลูกที่กัมพูชาก็พร้อมเดินทางไปทันที แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ทำพาสปอร์ต หากได้เห็นหน้าลูกจะดีใจเป็นอย่างมาก สิ่งที่เครียดคงหายไปหมด ขณะนี้มีแต่เพื่อนๆ และญาติพี่น้องที่คอยให้กำลังใจ
แต่หากเดินทางไปเยี่ยมลูกไม่ได้ก็จะฝากคำพูดผ่านเจ้าหน้าที่ถึงลูกว่า ให้ลูกรักษาสุขภาพอย่าอ่อนแอ แม่รู้ว่าลูกเข้มแข็ง ความรู้สึกลึกๆ เราแม่ลูกสื่อถึงกันได้อยู่แล้ว ลูกจะรู้ความรู้สึกของแม่และเป็นห่วงแม่ตลอด ว่าสุขภาพแม่จะแย่ แม่ลูกเรารู้กันสองคนว่าเป็นอะไรรู้สึกอย่างไรอยู่ เวลาแม่ไม่สบายลูกก็จะให้เพื่อนมาดูแล ซื้อข้าวมาเยี่ยมให้แม่
ส่วนเรื่องยารักษาโรคภูมิแพ้หอบหืดของลูกชาย นั้น ก็คงต้องพึ่งแพทย์จัดให้ ตัวเองคงไม่ได้ฝากกับเจ้าหน้าที่ไป อยากบอกลูกว่า แม่คิดถึง กลับประเทศไทยเราดีกว่า เมื่อได้กลับมาครั้งนี้แล้วหากทำงานที่บริษัทนี้ได้ ก็ให้หางานทำที่กรุงเทพฯ ไม่ให้กลับไปกัมพูชาอีกแล้ว เพราะลูกเป็นคนดีมีความสามารถ สมัครงานที่ไหนเขาก็คงจะรับ
นางสิมารักษ์ กล่าวอีกว่า ได้ไปขอพรจากคุณย่าโมและสิ่งศักดิ์ให้คุ้มครองลูก และทำบุญบริจาคโลงศพ เพื่อให้ผลบุญกุศลส่งไปยังลูกชายไม่ให้ลำบาก ที่ผ่านมาทุกครั้งที่ลูกชายกลับมาพักผ่อนที่บ้านโคราช จะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อเขาที่เสียชีวิตไปแล้วตลอด แต่ล่าสุดไม่ได้ไปทำบุญเนื่องจากเพื่อนจากกัมพูชาเดินทางมาเที่ยวด้วย จึงไม่มีเวลาไปทำบุญ
“อยากฝากไปยังรัฐบาลไทย ว่า น่าจะมีการดำเนินการช่วยเหลือให้เร็วกว่านี้ ดีกว่านี้ กระตือรือร้นมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้ทำช้าไป เห็นใจคน (นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์) ที่ต้องทนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ บ้าง” นางสิมารักษ์ กล่าว
ต่อมาเวลา 11.45 น. ตัวแทนจากกระทรวงต่างประเทศนำโดย น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และ นายธนะพล หวังอ้อมกลาง หัวหน้าฝ่ายอำนวยการกองหนังสือเดินทาง กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเข้าพบ นางสิมารักษ์ ณ นครพนม ที่ห้องประชุมสำนักงานผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ซึ่งได้พูดคุยกันโดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมฟังแต่อย่างใด
จากนั้น น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า วันนี้ ( 17 พ.ย.) อุปไทยประจำกัมพูชา ได้เดินทางเข้าเยี่ยม นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ ในห้องคุมขัง เรือนจำแห่งหนึ่งของประเทศกัมพูชา และได้ต่อสายโทรศัพท์ให้นายศิวรักษ์ ได้พูดคุยกับมารดา เป็นครั้งแรกดังกล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุม ครม.เกี่ยวกับมาตรการตอบโต้หลังความขัดแย้งไทย-กัมพูชาว่า ที่ประชุม ครม.ไม่ได้มีการพิจารณาถึงมาตรการเพิ่มเติมในการดำเนินการกับกัมพูชามีเพียงการพิจารณาเฉพาะการติดตามให้การช่วยเหลือนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรบริษัทCATS ซึ่งตนได้พูดโทรศัพท์กับนางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ว่า ขณะนี้เราสามารถที่จะเข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์ได้แล้วและมอบสิ่งของเครื่องใช้และยารักษาโรคเรียบร้อย แต่ยังอยู่ในระหว่างการประสานงานในข้อกฎหมายที่จะต้องส่งทนายความเข้าไปช่วย ถือว่าขณะนี้กัมพูชาได้ดำเนินการมาตรฐาน ที่เปิดโอกาสให้เข้าเยี่ยมได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยสรุปที่ฟังจากมารดาของนายศิวรักษ์บอกว่า นายศิวรักษ์มีซุ่มเสียงปกติกำลังใจดี สุขภาพดี โดยนางสิมารักษ์ อยากพบนายศิวรักษ์และอยากให้นายศิวรักษ์ได้รับการปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ตนว่ามีความหวังที่นายศิวรักษ์จะได้รับการปล่อยตัวออกมา แต่ขณะนี้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ความชัดเจนเรื่องข้อหายังไม่มี เพราะอาจจะมีปัญหาเรื่องภาษาในการให้การ คิดว่าไม่เกินวันที่ 18 พ.ย.กระบวนการทางข้อกฎหมายและทนายน่าจะมีความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะกัมพูชาเปิดโอกาสให้อุปทูตไทยเข้าเยี่ยมนายศิวรักษ์ได้หรือไม่ที่ประชุม ครม.จึงไม่ได้มีการพิจารณาทบทวนมาตรการเพิ่มเติมอะไรกับกัมพูชาตามที่นายกฯเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องแยกกันเพราะเรื่องของนายศิวรักษ์ ก็แก้ปัญหาไปและ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่กัมพูชาเปิดโอกาสให้ไปเยี่ยมนายศิวรักษ์ได้ ซึ่งเป็นท่าทีที่ เห็นว่าถูกต้อง ส่วนมาตรการต่างๆกระทรวงการต่างประเทศอยู่ในช่วงที่จะต้องมีการรวบรวมเพื่อพิจารณาทบทวนต่อไป ซึ่งมีข้อตกลงการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางเท่านั้นรัฐบาลมีมติไปแล้วส่วนเรื่องปล่อยตัวนายศิวรักษ์เป็นอีกเรื่องที่ ต้องรักษาสิทธิคนของเรา
เมื่อถามว่า ปัญหากับกัมพูชาดูเหมือนจะคลี่คลายลงแล้วนายกฯจะมีการทบทวนตัวบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาไม่สบายใจ เช่น นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ไม่มีเรื่องนี้แม้แต่เรื่องที่เวลากัมพูชาไปอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้"



