
"...รัฐบาลอ่อนหัดทางการทูต..."
สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา กำลังง่อนแง่นและพร้อมที่จะ "ขาดผึง" ได้ตลอดเวลา
จากสาเหตุที่สมเด็จฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา ไม่ยอมส่งตัว "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" ที่กำลังหลบหนีคดีให้แก่ทางการไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน มิหนำซ้ำยังตั้งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ
แต่ในมุมมองของ "จาตุรนต์ ฉายแสง" อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กลับเห็นว่า "รัฐบาลอภิสิทธิ์" มีปฏิกิริยาตอบโต้ในเรื่องนี้รุนแรงมากเกินไป และทำให้เกิดความเสียหายระหว่างความสัมพันธ์ของสองประเทศ
# มองสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชาอย่างไร ??
ภาษิตจีนระบุว่า ญาติที่อยู่ไกล สู้เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้กลับมีปฏิกิริยารุนแรงเกินไปมาก ผมมองว่ารัฐบาลนี้ทำความเสียหายให้ประเทศ เพราะผมรับฟังการอธิบายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับเหตุผลที่อ้างจนมีมาตรการต่างๆ ออกมานั้น มันเป็นข้ออ้างของรัฐบาลที่ไม่เชื่อมโยงกับกฎหมายและหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะมันเป็นการคำนึงถึงการทำลายคู่แข่งทางการเมืองมากกว่าประโยชน์ของประเทศ และฉวยโอกาสสร้างคะแนนนิยมของนายกฯ โดยอาศัยการปลุกกระแสชาตินิยมแบบคลั่งชาติ เพราะตำราการเรียนของไทย สอนให้ดูถูกประเทศเพื่อนบ้านมานาน
สิ่งที่รัฐบาลอ้างว่ามีปัญหาคือ 1. กัมพูชาประกาศไม่ส่งตัวอดีตนายกฯ นั้นเป็นสิทธิของฝ่ายนั้น เรื่องนี้รัฐบาลไทยเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นนักโทษ แต่กัมพูชามองว่า มันไม่ใช่ เพราะคดีนี้เป็นคดีการเมือง รวมทั้งมองว่าอดีตนายกฯ ถูกรัฐประหาร และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม เรื่องนี้เป็นความเห็นแตกต่างกัน
กรณีนี้คล้ายว่า ไทยมองกัมพูชาเป็นเบี้ยล่าง เรื่องนี้หลายประเทศอาจมองประเทศไทยว่าอ่อนหัดทางการทูตและทำตัวคล้ายเป็นพี่เบิ้ม การเชือดไก่ให้ลิงดูแบบนี้ไม่มีใครกลัว การยกเลิกเอ็มโอยู ( MOU) และทบทวนระงับความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านนั้น ควรพิจารณาว่ากระทำไปเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีผลอะไร คือ ไม่มีทางได้ตัวอดีตนายกฯ กลับมา และยังสร้างผลเสียมหาศาลตามมา
2.กัมพูชาแต่งตั้งอดีตนายกฯ เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาและที่ปรึกษานายกฯ กัมพูชานั้น เป็นสิทธิของฝ่ายนั้นที่จะแต่งตั้ง การอ้างว่าอดีตนายกฯ เป็นนักโทษนั้น มันคนละประเด็น เพราะกัมพูชามองว่าความผิดของอดีตนายกฯ นั้นไม่มีความผิดในกัมพูชา
3.นายกฯ กัมพูชาวิจารณ์นายอภิสิทธิ์นั้น ยอมรับว่า มันเป็นคำพูดที่รุนแรงเกินกว่าบุคคลนายกฯ ทั่วๆ ไปพึงจะวิจารณ์กัน แต่คำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่ส่งไปถึงนายกฯ กัมพูชาว่า อย่าเป็นเบี้ยให้พ.ต.ท.ทักษิณ และอย่าคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์สองประเทศ ตรงนี้ถือว่าแรงมาก ส่วนสิ่งที่สมเด็จฮุน เซน วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมไทยนั้น มันเกินสมควรไปบ้าง แต่มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้และเป็นความจริง เรื่องนี้ไม่ควรตอบโต้รุนแรงอย่างที่รัฐบาลกระทำไปในวันนี้เพื่อสนองความต้องการเอาชนะของนายอภิสิทธิ์
# แสดงว่ามองการทำงานด้านต่างประเทศของรัฐบาลว่ามีจุดอ่อน ??
มีจุดอ่อนมาก นายกฯ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ล้มเหลวในการผูกมิตรกับนานาชาติและเพื่อนบ้าน หากเทียบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มีเพื่อนมาก รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ต้องดิสเครดิตสองคนนี้อย่างแน่นอนแบบไม่รับผิดชอบใดๆ หากคิดดีๆ แล้วมันคือรัฐบาลกำลังทำลายความรู้สึกของเพื่อนบ้าน เพราะชอบพูดว่าอย่าชักศึกเข้าบ้าน หากคนเป็นมิตรกันแล้วมันจะเป็นการชักศึกเข้าบ้านได้อย่างไร ดูถูกและระแวงคนของตัวเองและมิตรด้วย
# อดีตนายกฯ เดินทางมากัมพูชาในคราวนี้คล้ายว่าจะกระตุกหนวดเสือ (รัฐบาลไทย) ??
หากถามแบบนั้นมันก็เป็นการแหย่หรือกระตุกหนวดเสือและประชาชนไทยไม่พอใจและบานปลายได้ แต่โดยสาระนั้นอดีตนายกฯ มาเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลกัมพูชานั้นมันเป็นผลดีของสองประเทศ แต่จังหวะ วิธีและโอกาสในการเปิดประเด็นนี้ของอดีตนายกฯ นั้น ผมคิดว่าอดีตนายกฯ มีจุดอ่อน คือเลือกจับประเด็นนี้ในช่วงที่ตัวเองเสียเปรียบ เพราะจะโดนฝ่ายตรงข้ามโจมตีได้ง่าย เพราะแทนที่จะไปเป็นที่ปรึกษาประเทศอื่นๆ ให้ประสบความสำเร็จก่อนที่จะมากัมพูชานั้น กลับเลือกมาที่นี่ในช่วงนี้ รวมทั้งช่วงที่ พล.อ.ชวลิตไปเยือนกัมพูชาด้วย ทั้งๆ ที่ พล.อ.ชวลิตตั้งใจไปผูกมิตรและไม่คิดจะไปพูดเรื่องนี้เลย แต่ตอนนั้นกลับมีใครบางคนต่อสายให้สมเด็จฮุน เซนพูดเรื่องนี้แทน
# คนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป ?
ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้รัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ฉวยโอกาสใช้กระแสชาตินิยม และมันส่งผลกระทบกับอดีตนายกฯ-พรรคเพื่อไทย-คนเสื้อแดง ตรงนี้ก็ต้องดูว่า สามฝ่ายนี้จะจัดกระบวนชี้แจงอย่างไรต่อไป เพราะเรื่องทางการเมืองมันอาศัยเหตุผลและการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์กับประเทศนำมาสู้กัน โดยอย่ามองข้ามการใส่ร้าย ปลุกปั่น บิดเบือนที่ต้องแก้เกมให้ทันด้วย และควรคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน เพราะการคิด การพูดและการกระทำนั้นต้องคำนึงถึงความเข้าใจของประชาชนด้วย
# สื่อทั้งในและต่างประเทศวิเคราะห์ว่าเป็นการทิ้งไพ่ใบสุดท้ายของคุณทักษิณ ??
หากเป็นแบบนั้นจริง...มันเป็นการเดินหมากที่เป็นผลเสียมากกว่าผลดีกับอดีตนายกฯ แต่คงไม่ถึงขั้นไพ่ใบสุดท้าย มันอาจเป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งในเกมเท่านั้นที่ตัวเองเสียเปรียบตั้งแต่ต้น โดยอาจคำนวณพลาดไป และอาจมองข้ามความสามารถของนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ที่อาศัยกระแสชาตินิยมมาทำลายคู่แข่ง เมื่อเป็นแบบนี้ พล.อ.ชวลิตก็เสียคะแนนแบบตกบันไดพลอยกระโจนไปด้วย เพราะประเด็นมันเปลี่ยน
# หากคุณทักษิณยังเคลื่อนไหวโจมตีประเทศไทยแบบนี้ต่อไป คิดว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร ??
รัฐบาลต้องพยายามทำลายอดีตนายกฯ ต่อไปแน่ มันอยู่ที่อดีตนายกฯ และผู้สนับสนุนจะชี้แจงโต้แย้งอย่างไรให้ประชาชนเกิดความเข้าใจ
สมัชชา หุ่นสาระ



