ข่าว

เรือนจำ"เพรย์ซอว์"

เรือนจำ"เพรย์ซอว์"

17 พ.ย. 2552

เรือนจำเพรย์ซอว์ตามข่าวอ้างว่ารัฐบาลกัมพูชาได้ใช้เป็นที่ควบคุมตัว "ศิวรักษ์ ชุติพงษ์" วัย 31 ปี วิศวกรหน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศ บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิส จำกัด (CATS) บริษัทในเครือบริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของไทย

 พร้อมข้อกล่าวหาเป็นสายลับจารกรรมข้อมูลตารางบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา เป็นที่กล่าวขานถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้ต้องขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องระบบสาธารณสุขและทารุณกรรม

 "กอบภัค พรหมเรขา" ช่างภาพเนชั่นที่ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำเพรย์ซอว์ควบคุมตัวไว้ชั่วระยะหนึ่ง ระหว่างติดตามไปทำข่าวของศิวรักษ์ เล่าว่า เรือนจำเพรย์ซอว์ค่อนข้างเก่าและยังไม่พัฒนา ถนนลาดยางมุ่งหน้าสู่ตัวเรือนจำสองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนา ไปสิ้นสุดเอาตรงประตูทางเข้าแดน 2 หลังจากนั้นต้องวิ่งเลาะรั้วลวดหนามสูงเทียมอกไปตามถนนลูกรังราว 200 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 100 เมตรจะพบกับด่านตรวจมีเพียงไม้กั้นเล็กๆ แสดงให้รู้ว่าเป็นประตูทางเข้าเรือนจำ

 ที่ด่านตรวจนี้เองที่กอบภัคและทีมข่าวจากเนชั่นแชนแนลถูกยึดกล้องและควบคุมตัว ห่างออกไปราว 50-100 เมตรยังคงเป็นถนนลูกรังที่สองข้างขึงกั้นลวดหนามแทนรั้ว จะพบกับกำแพงสูงตระหง่านสีเหลืองเก่าซอมซ่อ ซึ่งก็คือตัวเรือนจำแดน 1 ที่ศิวรักษ์ถูกคุมขังอยู่ ด้านหน้าเป็นประตูเหล็กหนาบานใหญ่ มีประตูเล็กๆ สำหรับเจ้าหน้าที่เข้าออก มีผู้คุมยืนถือปืนหน้าตาขึงขัง การผ่านเข้าออกเรือนจำคุมขังนักโทษค่อนข้างเข้มงวดและมีมาตรการยุ่งยาก ที่สำคัญเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร ทำให้ชาวต่างชาติที่มาติดต่อประสบปัญหาพอสมควร

 อย่างไรก็ดี เรือนจำเพรย์ซอว์ได้ชื่อว่าเป็นเรือนจำใหญ่ที่สุดในบรรดาเรือนจำทั้งหมด 24 แห่งของกัมพูชา มีผู้ต้องขังราว 500 คน ขึ้นตรงต่อกระทรวงกิจการภายในของกัมพูชา และทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ตั้งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญไปราว 25 กิโลเมตร ภายในถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นเรือนจำชาย ส่วนที่สองเป็นเรือนจำหญิง ส่วนการศึกษาและศูนย์การแพทย์

 แต่ถึงแม้จะได้ชื่อเป็นเรือนจำที่ใหญ่ที่สุด กระนั้นก็ยังมีข่าวผู้ต้องขังเสียชีวิตจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย และขาดการเอาใจใส่ดูแลอย่างที่ควรจะเป็น โดยในปี 2550 มีผู้ต้องขังในเรือนจำแห่งนี้เสียชีวิตมากถึง 24 รายจากอาการเจ็บป่วยและขาดแคลนอาหารตลอดจนยารักษาโรค อันเนื่องมาจากงบประมาณมีจำกัดและปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในเรือนจำ

 เดือนพฤศจิกายน 2550 "ยัน โสเก" ถูกจับจากคดีพิพาทเรื่องที่ดินทำกินในเขตพระวิหาร เสียชีวิตลงที่ รพ.กัมพูชา-โซเวียต จากอาการป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังมีคดีสะเทือนใจอันเกิดจากการทำร้ายร่างกายภายในเรือนจำแห่งนี้ โดยนายเฮง ทัช ชาวกัมพูชาในกรุงพนมเปญ วัย 24 ปี ถูกจับส่งเรือนจำเพรย์ซอว์เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2551 ก่อนการพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น โดยอนุญาตให้นางอัง บักเก แม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ 

 2 เดือนต่อมา นางอัง บักเก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เรือนจำว่า ลูกชายของเธอป่วยจึงเดินทางไปเยี่ยม เมื่อไปถึงพบว่าลูกชายมีอาการป่วยเล็กน้อย ผู้คุมเรือนจำแนะนำให้ย้ายไปห้องขังอื่น และขอค่าย้ายห้องเป็นเงิน 200 ดอลลาร์สหรัฐ โดยบอกว่าพร้อมจะลดลงให้เหลือครึ่งหนึ่ง แต่เธอมีเงินอยู่แค่ 50 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ผู้คุมจึงปฏิเสธข้อต่อรองดังกล่าว

 อีก 2 วันถัดมา นางอัง บักเก ได้รับการประสานกลับมาอีกครั้งว่า ลูกชายของเธอมีอาการป่วยหนัก จึงเดินทางไปที่เรือนจำเพรย์ซอว์อีกครั้ง เพื่อจะพบว่าลูกชายของเธอมีอาการศีรษะบวม หน้าฟกช้ำ แต่ที่โหดร้ายกว่านั้นคือลิ้นถูกตัด อยู่ในสภาพไม่ได้สติ เธอจึงจ่ายเงิน 30 ดอลลาร์สหรัฐ แลกกับการขออนุญาตนำลูกชายส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินในกรุงพนมเปญ ก่อนจะเสียชีวิตลงในวันที่ 21 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ผลการสแกนศีรษะพบว่า กะโหลกมีรอยร้าวและปอดเป็นแผล ก่อนพบจุดจบเขาได้เล่าให้แม่ฟังว่า เขาถูกผู้คุม 5 คนรุมทำร้ายจนสลบไป