ข่าว

 ชาวนากรุงเก่ายิ้มราคาข้าวเริ่มถีบตัวในช่วงนี้

ชาวนากรุงเก่ายิ้มราคาข้าวเริ่มถีบตัวในช่วงนี้

16 พ.ย. 2552

ชาวนาหลายพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มดีใจ หลังพ่อค้าคนกลางมารับซื้อข้าวถึงที่ในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาประกัน ขณะที่เชื่อว่าราคาข้าวที่เริ่มขยับตัวในช่วงนี้เป็นเพราะเริ่มมีการส่งออกข้าวได้มากขึ้น

นายวิเชียร พวงลำเจียก ประธานกลุ่มเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ชาวนาหลายคนเริ่มดีใจหลังจากที่พ่อค้าคนกลาง ออกรับซื้อข้าวแบบขายสดโดยตรงกับชาวนา ทำให้ชาวนามีหนทางในการเลือกขาย โดยราคาที่พ่อค้าคนกลางรับซื้อใกล้เคียงกับราคาประกันคือที่ 8,400 – 8,500 บาท / ตัน และชาวนาส่วนใหญ่เลือกที่จะขายเงินสดให้กับพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากต้องใช้เงินทำเป็นทุนหมุนเวียนประกอบอาชีพ และบางส่วนต้องนำไปจ่ายค่าเมล็ดพันธ์ ค่าปุ๋ย และยาฆ่าแมลง กับร้านค้าที่ซื้อประจำ ทั้งนี้ยอมรับว่าโครงการประกันราคาพืชผลทางการเกษตรที่ออกมาในช่วงนี้ เป็นแนวทางหนึ่งที่ภาครัฐพยายามจะแก้ปัญหาเกษตรกรถูกเอาเปรียบ แต่ที่ผ่านมากระบวนการขั้นตอนต่างๆ ล่าช้า และเกษตรกรไม่เข้าใจกระบวนการและวิธีการจึงทำให้เกิดปัญหา แต่หลังจากที่เริ่มมีความเข้าใจมากขึ้นแล้ว หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะช่วยแก้ปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำได้

 นายวิเชียรฯ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ทำให้พ่อค้าคนกลางออกรับซื้อข้าวจากชาวนาถึงที่ เป็นเพราะเริ่มมีความต้องการผลิผลิตค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันเชื่อว่าการส่งออกข้าวของไทยไปยังต่างประเทศเริ่มขยับตัวมากขึ้น จึงทำให้ตลาดมีกำลังซื้อจนเป็นสาเหตุให้ราคาข้าวพุ่งสูงไปด้วย นอจากนี้ยังอยากให้รัฐบาลและกระทรวงพานิชย์ เร่งผลักดันการส่งออกข้าวของไทยไปยังต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้นและอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้นไปด้วย

 ประธานกลุ่มเกษตรกรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวเพิ่มเติมว่า เข้าใจความต้องการของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ แต่นโยบายมาสู่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ยังไม่เข้าใจกันมากนัก จึงจำเป็นที่จะต้องฝึกและทบทวนให้มีความพร้อมก่อนที่จะมีการประกาศใช้นโยบายต่างๆ ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกร เพราะจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด เช่น การประกาศใช้นโยบายประกันราคาพืชผลทางการเกษตรแทนการรับจำนำ ในช่วง 2 เดือนที่อยู่ช่วงของการยกเลิกการรับจำนำ และหันมาใช้นโยบายประกันราคา เกษตรกรหลายคน และชาวนา ถูกกดขี่จากพ่อค้าคนกลางที่กดราคาข้าวเหลือเพียง ตันละ 4,500 – 5,000 บาท เท่านั้น แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจและเดินเครื่องในโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่สามารถเอาเปรียบเกษตรกรได้ จึงอยากฝากให้รัฐบาลทบทวนถึงความพร้อมโครงการต่างๆ ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ จะได้ไม่ถูกตำหนิ