ข่าว

ล่า"เอกขาว"มือลั่นไกสังหาร"ผู้กองโอ๊ต"

ล่า"เอกขาว"มือลั่นไกสังหาร"ผู้กองโอ๊ต"

16 พ.ย. 2552

รอง ผบช.น.ลั่นมั่นใจล่า "เอกขาว" มือปืนสังหาร "ผู้กองโอ๊ต" ได้แน่ เผยที่ผ่านมาตำรวจพลาดท่าถูกแก๊งยานรกยิงหลายนาย สั่งล้อมคอกเซฟชีวิตเจ้าหน้าที่ เล็งซื้อเสื้อเกราะ-อาวุธ-ยานพาหนะเสริมเขี้ยวเล็บสายสืบ-ชุดล่อซื้อ

 หลังเกิดเหตุสะเทือนใจเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก นำโดย ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน (รอง สว.สส.) สน.หัวหมาก ไปล่อซื้อยาเสพติดประเภทหนึ่ง (ยาไอซ์) ภายในซอยรามคำแหง 127 แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพฯ แต่คนร้ายไหวตัวทันใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงใส่กลุ่มตำรวจและถูก ร.ต.อ.อาทิตย์ที่กกหูขวากระสุนฝังในเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3

 ต่อมาเจ้าหน้าที่กุมคนร้ายได้ 1 คน คือ นายเทิดเกียรติ ชุนหชัย หรือเก่ง อายุ 28 ปี ส่วนผู้ที่เป็นคนลงมือยิงและหลบหนีอยู่ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทราบชื่อแล้วคือ นายเอกชัย หรือเอกขาว ชุนหชัย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ซอยเพชรเกษม 48 แยก 31 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ทั้งนี้พบว่านายเอกชัยมีหมายจับคดีพยายามฆ่า และฆ่า ที่ สน.สำเหร่ และทราบว่ากำลังลงทุนทำร้านอาหาร คาดว่าคนร้ายน่าจะนำเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดไปฟอกเงินในร้านอาหาร

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ดูแลงานปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า เหตุการณ์ที่ ร.ต.อ.อาทิตย์ หรือผู้กองโอ๊ต ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตขณะล่อซื้อยาไอซ์ภายในซอยรามคำแหง 127 และจับกุมนายเทิดเกียรติได้ ส่วนมือปืนคือนายเอกชัยหลบหนีไปได้นั้น เรื่องนี้ถือว่าน่าเห็นใจตำรวจที่เสียสละในหน้าที่จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เพราะปัญหายาเสพติดยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 "ที่ผ่านมาได้ประชุมกับฝ่ายสืบสวนที่ทำงานเรื่องยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และย้ำเสมอว่าให้ระวังตัวเองในการทำงาน บางครั้งตำรวจจำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามวัน เวลา สถานที่ที่คนร้ายต้องการเปลี่ยน จึงอาจทำให้มีช่องโหว่ที่ทำให้คนร้ายสามารถเช็กได้ว่าเป็นตำรวจหรือไม่ ที่ผ่านมาก็มีตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตขณะล่อซื้อยาบ้า และจะนำเรื่องนี้มาเป็นกรณีศึกษาให้ผู้ปฏิบัติต่อไป" พล.ต.ต.พงษ์สันต์ กล่าว

 รอง ผบช.น. กล่าวอีกว่า ได้แจ้งให้ตำรวจที่ทำงานเตรียมทั้งในเรื่องเสื้อเกราะ อาวุธ ยานพาหนะ และคนให้พร้อมเสมอในการทำงาน แต่บางครั้งที่คนร้ายเปลี่ยนแปลงเวลา สถานที่นัดหมาย ก็ทำให้ยากในการจับกุม รวมถึงให้ดูถึงยุทธวิธีในการทำงานให้ดี ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ บางครั้งคนร้ายแกล้งเลื่อนสถานที่หลายครั้ง ทั้งจุดดูของ จุดส่งเงิน และอื่นๆ ทำให้ทำงานอย่างยากลำบาก ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในขณะนั้น

 "เชื่อว่าตำรวจจะติดตามจับกุมคนร้ายได้ เนื่องจากคนร้ายมีพฤติกรรมพัวพันกับยาเสพติด และคงไม่สามารถหลุดพ้นออกจากวงจรนี้ได้ โดยให้ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก และ กก.สส.บก.น.4 เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว เพราะถือว่ากระทำการอย่างอุกอาจ และไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง" พล.ต.ต.พงษ์สันต์ กล่าว