
"พปชร."ยิ้มได้คืน"คมนาคม"คิวต่อไปทวง"พาณิชย์"คืนจาก"ปชป."
"พปชร." ยื่น "ศธ.-ยธ." แลก "พณ." จาก "ปชป." ยอมปล่อย "กษ." ด้าน "ภท." ใจอ่อน คาย "คมนาคม" และ "พลังงาน"
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเจรจาต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี ที่มีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังจบการโหวตนายกรัฐมนตรี เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยืนยันต้องการดีลแรกที่เคยคุยกันไว้ คือ รมว.พาณิชย์ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่พรรคพลังประชารัฐ ต้องการดึงตำแหน่งรมว.พาณิชย์ และรมว.เกษตรฯ คืนนั้น พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นเงื่อนไขต่อรอง โดยนำตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ และเพิ่มรมว.ยุติธรรม หรือรมว.ต่างประเทศ บวกกับ 1 รัฐมนตรีช่วย เพื่อแลกกับรมว.พาณิชย์ ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์ตกลงเงื่อนไข ก็มีความเป็นไปได้ที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นรองนายกฯ ควบรมว.ศึกษาธิการ ขณะที่กระทรวงยุติธรรม คาดว่าเป็นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ดำรงตำแหน่ง ส่วนนายถาวร เสนเนียม จะเป็น รมช. มหาดไทย
ส่วนของรมว.เกษตรฯ ที่ก่อนหน้านี้"กลุ่มสามมิตร" พยายามทวงคืนให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นั้น มีแนวโน้มจะยกให้พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีรายงานว่า นายสมศักดิ์ ยอยถอยไปนั่งรัฐมนตรีกระทรวงอื่นแทน และหากเป็นไปตามนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มานั่งตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ แต่ยังต้องรอการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ที่มีข่าวว่าได้เก้าอี้รมว.คมนาคม ในดีลรอบแรกไปนั้น ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ มีความพยายามอย่างต่อเนื่องจะทวงคืน ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ยอมที่จะคืนให้พลังประชารัฐแล้ว โดยแลกกับกระทรวงพลังงาน ทำให้พรรคภูมิใจไทย จะได้โควตาเบื้องต้นได้แก่ รองนายกฯ รมว.สาธารณสุข รมว.พลังงาน รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา คาดว่าน่าจะนิ่งแล้ว ในโควตาเดิม คือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรมช.เกษตรฯ ขณะที่พรรคชาติพัฒนา จะได้โควตา รมช.อุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ถือว่าการจัดตั้งรัฐบาลเบื้องต้นคืบหน้าไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกิดจากการเจรจาผ่านแกนนำพรรคแต่ละฝ่าย ยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เพราะทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้พิจารณาตัดสินใจถึงความเหมาะสมอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเที่ยงวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางไปพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่สถานที่แห่งหนึ่ง โดยนายกฯ ได้เน้นย้ำขอให้เร่งจัดทำนโยบายตั้งแต่เนิ่นๆ โดยให้ยึดแนวทางปฏิรูป 11 ด้าน และกรอบยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากนโยบายแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน โดยจะแบ่งเป็นแต่ละด้าน อาทิ เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สวัสดิการ นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐครั้งต่อไป จะมีการนำรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และข้าราชการการเมือง ได้แก่ ที่ปรึกษารัฐมนตรี เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมเห็นชอบ ซึ่งเป็นตามข้อบังคับพรรค และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง.



