
ปลูกกล้วยน้ำว้าถวาย "ช้างต้น" คู่บารมี
น่าชื่นชมยินดีอย่างยิ่งที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้พื้นที่ว่างเปล่า 8 ไร่ เพื่อทำการปลูก "กล้วยน้ำว้าปลอดสารพิษ" เพื่อนำไปเป็นอาหารแก่ "พระเศวตอดุลเดชพาหน" ช้างต้นคู่พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันนี้ผลผลิตที่ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยความจงรักภักดีของคนหนองพลับกำลังให้ผลผลิตอย่างน่าพอใจ โดย สุรศักดิ์ ดุสิตสิทธิพร นายก อบต.หนองพลับ ให้ข้อมูลว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการมาได้ปีกว่าแล้ว โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าภายในสำนักงาน อบต.หนองพลับ
ทุกวันนี้หน่อกล้วยกว่า 500 หน่อ ที่ชาวบ้านหนองพลับเฝ้าฟูมฟักกันมาได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ละกอยังมีหน่อกล้วยแตกหน่ออีกเป็นจำนวนมาก และเริ่มให้ผลผลิตแล้ว
สุรศักดิ์ ระบุว่า โครงการนี้ อบต.หนองพลับ ได้จัดงบประมาณครั้งละประมาณ 5,000-6,000 บาท เพื่อจัดซื้อกล้วยน้ำว้าจากพื้นที่ต่างๆ นำส่ง ณ โรงช้างต้น วังไกลกังวล อ.หัวหิน แต่หลังจากมีการปลูกกล้วยน้ำว้าเองแล้วทำให้ประหยัดงบประมาณไปได้เป็นจำนวนมาก
โดย อภินันท์ จันทรังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ อบต.หนองพลับ และชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมกันเก็บเกี่ยวผลผลิตจากแปลงปลูกกล้วยน้ำว้าเป็นครั้งแรก จำนวน 600 หวี แต่ละหวีจะมีกล้วยประมาณ 10-15 หวี ซึ่งล้วนให้ลูกใหญ่ รสชาติดี
ที่สำคัญ กล้วยน้ำว้าทั้งหมดในแปลงนี้ปลอดสารเคมี 100% เพราะเป็นกล้วยที่จะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานเป็นอาหาร "พระเศวตอดุลเดชพาหน" ซึ่งเป็นช้างต้นคู่บารมีของพระองค์
รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงแนวทางการปรับปรุงโครงการนี้ให้ดีขึ้นว่า จะต้องมีการต่อยอดโครงการด้วยการให้หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำหน่อกล้วยจาก อบต.หนองพลับ ไปขยายพันธุ์เพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ ยังต้องดึงหน่วยงานทางการเกษตรเข้ามาช่วยเหลือดูแลเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ หรือให้โรงเรียนในพื้นที่นำหน่อกล้วยไปขยายผลปลูกในพื้นที่ว่างเปล่า เมื่อมีผลผลิตก็สามารถเก็บเกี่ยวให้นักเรียนได้รับประทาน ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมาก
รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังกล่าวชื่นชม อบต.หนองพลับ ที่นำเอาพื้นที่ว่างเปล่ามาปลูกกล้วยให้เกิดประโยชน์ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ชุมชนอื่นๆ น่าจะนำเอาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป
"อภิชาติ หงษ์สกุล"



