ข่าว

รายการ"คมชัด ลึกตอน- รัฐบาลต้องนำทัพหลวงสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

รายการ"คมชัด ลึกตอน- รัฐบาลต้องนำทัพหลวงสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

04 มี.ค. 2552

เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกดั่งโดมิโนส่งผลสะเทือนถึงเศรษฐกิจเมืองไทย แล้วจะมียาขนานไหนมาช่วยเยียวยา อัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ที่กำลังอยู่ในสภาวะ "เผาจริง" ส่งผลกระทบให้คนไทย 1-2 ล้านคนตกงาน ภาคธุรกิจขาดสภาพคล่อง ธนาคารเข้มงวดการปล่อยส

รายการ คม ชัด ลึก วันที่ 3 มีนาคม เสนอ "ฝ่าวิกฤติ เศรษฐกิจ หุ้นโลก ดิ่งเหว" มีผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของไทยมาร่วมหาทางออก

 

 

-รศ.ดร.สมภพมานะรังสรรค์ คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

  "เสนอพิมพ์เขียวนโยบายเศรษฐกิจสู่ประชาชน"

 

อยากให้รัฐบาลมองอะไรที่เป็นแพ็กเกจใหญ่เพื่อบริหารความคาดหวังของประชาชนทันทีที่มีโครงการชัดเจน ภาคเอกชนก็จะมีการเตรียมแผนดักหน้าลงทุนไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม คิดว่ามาตรการแรกๆ ที่ออกมาและทันเวลาคือ การนำเงินไปใส่มือเพื่อให้คนได้จับจ่าย คิดว่าคนที่มีรายได้ประมาณ 1.5 หมื่นบาท เมื่อได้เงินจะนำไปจ่าย และแก้ปัญหาดับไฟไปก่อนในระดับหนึ่ง เพื่อผ่อนเบาบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน 

 

ส่วนการอัดฉีดเม็ดเงินการช่วยเหลือสถาบันการเงิน และการให้รางวัลผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ต้องทำควบคู่ไปด้วย และต้องมีมาตรการที่สำคัญที่สุดคือ การส่งเสริมขีดความสามารถ การบริหารความคาดหวังของนักลงทุน คือ รัฐต้องมีฟอร์มนโยบายเศรษฐกิจ มีการปรับโครงสร้างด้านต่างๆ เพื่อสอดรับกับการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะโลกเราไม่ได้ขาดเงินที่จะมาลงทุน แต่อย่าฝากความหวังไว้ที่ภาคการผลิตอย่างเดียว

 

 หากมองเชิงเปรียบเทียบด้านเศรษฐกิจไทยอย่างมีสติ จะพบว่า สถาบันการเงินของไทยยังเข้มแข็ง ไม่ได้เป็นภาระเหมือนในต่างประเทศ อัตราการว่างงานยังไม่เป็นปัญหาหนัก และคนไทยยังบริหารปัจจัย 4 ได้อย่างดี จึงอยากเสนอให้รัฐบาลนำทัพหลวง สร้างความเชื่อมั่น เสนอพิมพ์เขียวพัฒนาเศรษฐกิจสู่ประชาชน 

 

- ดร.นิพนธ์สุรพงษ์รักเจริญ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

 

  "ภาคอุตสาหกรรมยังมีโอกาสทางการเงิน" 

 

 

ตอนนี้ภาคอุตสาหกรรมหดตัวสัญญาณต่างๆ ไม่ค่อยดี ซึ่งกำลังเฝ้าดูกันอยู่ว่าจะต่ำสุดเมื่อไหร่ แต่ไม่อยากให้คิดว่าเลวร้ายไว้ก่อน ที่ผ่านมาต้องขอบคุณวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 และการปฏิวัติของ คมช. ช่วยชะลอเศรษฐกิจของไทยไว้ ตอนนี้ต้องปรับตัวให้ทันโลกการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ และการบริหารความเสี่ยงต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาท เรากล้าพูดได้ว่าสินค้าไทยเรามีมาตรฐาน ไม่เป็นลองใคร ซึ่งเครื่องนุ่งห่มสิ่งทอมีทั้งดีและไม่ดี ตลาดภาคอีสานยังต้องการคนเพราะยังมียอดออเดอร์จากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เราจะมองเฉพาะหน้าสั้นๆ ไม่ได้ ต้องมองระยะยาวโดยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของคนในประเทศ จะมีความสำคัญอะไรหากจีดีพีเพิ่มขึ้น แต่หนี้ครัวเรือนและปัญหาต่างๆ เพิ่มขึ้น และแม้แต่จีนหากไม่สามารถรักษาสมดุลได้ปัญหาต่างๆ ก็จะเกิดเป็นเงาตามตัว ที่สำคัญอย่าลืมพัฒนาคนและเครื่องจักร นโยบายรัฐที่โอบอุ้มภาคอุตสาหกรรมเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องให้ภาคอุตสาหกรรมยืนได้ด้วยตัวเองด้วย 

 

นโยบายรัฐบาลไม่อยากให้มองเพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นต้องมองการลงทุนระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นระยะยาว และภาคอุตสาหกรรมยังมีโอกาสทางการเงิน แม้ว่าหลายอุตสาหกรรมขาดสภาพคล่อง ส่วนกรณีคนตกงานจากภาคอุตสาหกรรม มีงบประมาณ 6,900 ล้านบาทช่วยพยุงส่วนนี้อยากให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการ ต้องอดทนต้องยอมเจ็บตัวบ้าง เพื่อรักษาคนงานไว้ เพื่อรอโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหม่

 

 

 - มนตรีศรไพศาล  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด (มหาชน)

 

"หุ้นราคาถูกน่าจะลงทุน" 

 

สถาบันการเงินไทยตอนนี้ยังดีกว่าต่างประเทศมาก และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือเครื่องมือคุ้มครองความเสี่ยง และมาตรการที่ถือว่าฮือฮามากคือ มาตรการ 18 ธันวา ช่วยควบคุมฮอตมันนี่ได้ดี เพราะสถาบันการเงินไทยไม่เหมือนกับต่างประเทศ ในยามที่สภาวะที่ดีการส่งออกมากมาย จนลืมพัฒนาคนในองค์กรให้มีขีดความสามารถ ดังนั้นนโยบายภาครัฐต้องใช้ปัญญาดีๆ และเทรดออฟเรื่องการโอบอุ้มภาคอุตสาหกรรม จริงๆ แล้วมูดี้ส์ไม่ได้มาตั้งรกรากในเมืองไทย ตนได้มีโอกาสโทรสอบถามคนที่ตั้งสถาบันในประเทศบอกว่าสถาบันการเงินไทยแข็งแกร่งมาก 

 

ตอนนี้หุ้นราคาถูกทุกครั้งที่มีวิกฤติเศรษฐกิจ ย่อมมีเศรษฐีใหม่ อาจมีจังหวะดีๆ ที่จะช้อนชื้อหุ้นราคาถูก แม้ว่านักลงทุนจะเลือกไปลงทุนด้านอื่นๆ แทนในสภาวะที่หุ้นตก สิ่งที่น่ากลัวว่าวิกฤติเศรษฐกิจคือ ความกลัว ความกังวลใจ จะทำร้ายตัวเอง อยากให้คนไทยมีความเชื่อดีๆ จะมีความหวังในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้