ข่าว

"จ่านิว" ลั่นไม่อโหสิกรรมให้พวกรุมยำ

"จ่านิว" ลั่นไม่อโหสิกรรมให้พวกรุมยำ

03 มิ.ย. 2562

"จ่านิว" ลั่นไม่อโหสิกรรมให้พวกรุมทำร้าย ทำไมต้องเล่นหมาหมู่ ฝากตำรวจทำคดีให้เร็วที่สุด ยันจะใช้ชีวิตตามปกติ แต่ต้องระวังตัวให้มากขึ้น

 

          ความคืบหน้าเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ อายุ 43 ปี มารดา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” อายุ 27 ปี เดินทางไปเยี่ยมบุตรชายที่ห้องฉุกเฉิน รพ.มิชชั่น ก่อนจะทำเรื่องย้ายไปนอนพักรอดูอาการที่ห้องพิเศษของทางโรงพยาบาล ท่ามกลางความห่วงใยของเพื่อนๆ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มาเฝ้าติดตามด้วยความห่วงใย

 

"จ่านิว" ลั่นไม่อโหสิกรรมให้พวกรุมยำ

 

          โดย นายสิรวิชญ์ ซึ่งอยู่ในสภาพฟกช้ำตามใบหน้า ใบหูขวา และตามร่างกายหลายแห่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัว แต่ติดใจว่าทำไมต้องเล่นหมาหมู่ ที่ผ่านมามีคนเตือนตนมาเยอะแต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้น เพราะระวังตัวมาตลอดอยู่แล้ว ตอนจะใช้บริการรถประจำทางก็พยายามเลือกรอรถที่ป้ายซึ่งมีคนพลุกพล่านแต่ก็พลาดจนได้ จึงขอฝากเตือนนักเคลื่อนไหวทุกคนให้ระวังตัวให้มากขึ้น       

 

"จ่านิว" ลั่นไม่อโหสิกรรมให้พวกรุมยำ

 

          “ตอนเกิดเหตุคนร้ายมีกันประมาณ 5-6 คน แต่งกายรัดกุมมิดชิด มีรถ จยย.เป็นยานพาหนะ และใช้อาวุธคล้ายไม่พลองครบมือทุกคน เข้ามารุมตีโดยเน้นที่ใบหน้า ศีรษะ และบริเวณทัดดอกไม้ โดยไม่พูดจาอะไรเลย ผมคิดว่าการกระทำแบบนี้เหมือนจะพยายามฆ่ากันไม่รู้จะอาฆาตพยาบาทอะไรผมหนักหนา จึงอยากบอกกับผู้ก่อเหตุว่าผมจะไม่อโหสิกรรมให้แน่นอน และฝากบอกตำรวจด้วยว่าขอให้ทำคดีให้เร็วที่สุด ส่วนหลังจากนี้ผมก็จะยังคงใช้ชีวิตปกติเช่นเคย เพียงแต่ต้องระวังตัวให้มากยิ่งขึ้น” นายสิรวิชญ์ กล่าว

 

 

"จ่านิว" ลั่นไม่อโหสิกรรมให้พวกรุมยำ

 

           ด้าน น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ อายุ 43 ปี มารดา นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า แพทย์ที่ให้การรักษาลูกชาย บอกว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ผลตรวจในเบื้องต้นไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงสมอง แต่ลูกชาย บ่นเวียนศีรษะตนจึงอยากให้นอนรอดูอาการสัก 24 ชั่วโมง โดยลูกชายมีสิทธิ์รักษาประกันสังคมที่โรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ค่าห้องพิเศษตนต้องออกเอง ช่วงนี้ตนติดตามข่าวสารพบว่า นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกทำร้ายเยอะมาก และตนก็เตือนให้ระวังมาตลอดไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับลูกชาย ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่มาโดนทำร้ายถึงขนาดนี้ ความเห็นส่วนตัวคิดว่าการใช้บริการรถสาธารณะไม่น่าจะมีอะไร แต่ที่ไหนได้พอเกิดเรื่องขึ้นตรงป้ายรถประจำทางกลับไม่มีใครช่วย ที่สำคัญผู้ก่อเหตุคงไม่ได้เจตนา.