
บัวแก้วขอเข้าเยี่ยมวิศวกรไทยในคุกเขมร
เจ้าหน้าบัวแก้ว ขอเยี่ยมวิศวกรไทยที่ถูกจับในเขมร"ปณิธาน" เชื่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชาคลี่คลายขึ้น ไม่ห่วงคนไทยถูกจับกุม
(16พ.ย.) นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพยายามขอเยี่ยม นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัว ว่า หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ 14 พ.ย. ได้ยื่นหนังสือและพยายามขอเข้าเยี่ยมต่อทางการกัมพูชาไปแล้วและถูกปฏิเสธ เนื่องจากเป็นวันหยุด ไม่สามารถติดต่อผู้บังคับบัญชาได้ ล่าสุด วันนี้(16 พ.ย.) กระทรวงการต่างประเทศจะให้อุปทูตติดตามเรื่องนี้ต่อในเช้าวันนี้ เพื่อให้สามารถเข้าเยี่ยม และสอบถามข้อเท็จจริงต่างๆ ขณะที่ทางการกัมพูชายืนยันว่านายศิวรักษ์ยังสบายดีอยู่
นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ทางการกัมพูชาจับกุมชาวไทยที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ขณะนี้ช่วงเหตุการณ์ดังกล่าวมีเพียงนายศิวรักษ์เท่านั้น ที่ถูกจับกุมตัวอยู่ ส่วนสถานการณ์ไทย-กัมพูชา จะดีขึ้นหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับทางการกัมพูชา เนื่องจากไทยทำดีที่สุดแล้ว
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือวิศวกรไทยที่ถูกจับกุมในประเทศกัมพูชา ว่า ทางกระทรวงต่างประเทศได้ติดต่อประสานงานเพื่อขอเข้าไปดูแลเช่นเดียวกับกรณีที่ คนไทยในต่างแดนถูกดำเนินคดี และส่งสิ่งของที่จำเป็นให้กับคนไทยแล้ว ขณะนี้ทางฝ่ายกฎหมายขอรอดูข้อกล่าวหาที่ชัดเจนก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะถือเป็นกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชาซึ่งเราต้องเคารพ และเชื่อว่าจะเป็นข้อกล่าวหาที่เราต่อสู้ได้ รวมทั้งมีช่องทางทางกฎหมายหลายทางที่จะดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและอำนวยความ สะดวกให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว จึงไม่น่ากังวล
นายปณิธาน กล่าวว่า ในการเดินทางเข้าร่วมประชุมเอเปกของนายกรัฐมนตรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศสอบถามเกี่ยวกับปัญหาไทย-กัมพูชา เนื่องจากต้องการเห็นการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยดี นอกจากนั้นเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีทำหนังสือเชิญสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าร่วมประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงภาวะโลกร้อน ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ด้วย เพื่อให้เห็นถึงการผลักดันของกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างชัดเจน
นายปณิธาน กล่าวว่า ถือว่าสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น แต่ต้องระมัดระวังและต้องเฝ้าระวังอีกหลายจุด เช่น การชุมนุมภายในประเทศ จะต้องระวังไม่ให้มีการพาดพิงหรือระวังไม่ให้มีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเพราะอาจทำให้กัมพูชารู้สึกไม่พอใจได้ ในขณะเดียวกันก็จะชี้แจงกับประเทศต่างๆ ว่าการชุมนุมเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะห้ามไม่ให้มีการชุมนุมไม่ได้ นี่คือกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยรัฐบาลไม่ได้เชื่อมโยงคนเหล่านั้น แต่ต้องบริหารจัดการให้เกิดความเรียบร้อย เชื่อว่าอีกซักระยะหนึ่ง ข้อมูลต่างๆคงชัดเจนขึ้น และการเจจรจะต้องเป็นเรื่อง 2 ประเทศเท่านั้น รัฐบาลไทยจะไม่นำปัญหานี้เข้าสู่ระบบสากลหรือยกระดับปัญหา ทั้งนี้ในการประชุมครม.พรุ่งนี้(17พ.ย.) ก.การต่างประเทศคงประเมินสถานการณ์และพิจารณาโครงการความร่วมมือต่างๆ เสนอให้ที่ประชุมครม.พิจารณา เพราะมีบางโครงการที่เห็นว่าเราอาจจะเสียเปรียบและเสียผลประโยชน์จึงอาจจะมีการทบทวน



