
คาราวานลงแขกไถกลบหมดปัญหาหมอกควัน
อุตรดิตถ์ - คมข่าวทั่วไทย
วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 ที่แปลงเรียนรู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูการทำนา สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้จัดโครงการรณรงค์งดเผาฟางและตอซังข้าวโพดหลังฤดูทำนา โดยนายธนากร อึ้งจิตรไพศาล ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ เป็นประธานพร้อมอบอุปกรณ์ในการทำน้ำหมักชีวภาพ ให้ตัวแทนเกษตรกรเพื่อผลิตน้ำหมักชีวภาพใช้ในแปลงนาและชมการสาธิตรณรงค์งดเผาฝางและตอซังข้าวโพด ซึ่ง จ.อุตรดิตถ์ มีเศษตอซังข้าวโพดมากถึง 66,512 ตัน ก่อนเกษตรกรปรับที่ปลูกข้าวนาปี
จากนั้นนายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ ผู้ตรวจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำร่องขับรถไถนา เพื่อดำเนินการไถกลบตอซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ที่เก็บเกี่ยวแทนการเผา เพื่อเตรียมดินในเข้าสู่ฤดูการทำนาปีต่อไป จากนั้นเกษตรกรที่ร่วมโครงการฯนำรถไถนา รวมกลุ่มลักษณะจัดเป็นคาราวาน ลงแขกไถกลบตอซัง ในพื้นที่นาที่ปรับปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ช่วงนาปรังที่ผ่านมา เป็นการลดต้นทุน ไม่ทำลายดิน ลดการเผา หมดปัญหาหมอกควัน
ผู้ว่าฯจ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า เกษตรกร จ.อุตรดิตถ์เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดหลังฤดูการทำนา ปี 2561/2562 จำนวน 3,625 ราย พื้นที่ 37,345 ไร่ หลังเก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วคาดมีเศษตอซังมากถึง 66,512 ตัน จากการประเมินธาตุอาหารจากเศษวัสดุตอซังข้าวโพดพบว่ามีธาตุในโตรเจน 352.54 ตัน ฟอสฟอรัส 99.71 ตัน และโพแทสเซียม 1,469.92 ตัน คิดเป็นมูลค่าเงินรวม 43.82 ล้านบาท แต่เกษตรกรบางรายยังขาดการจัดการที่เหมาะสม มีการเผา ซึ่งจะทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดิน ทำให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนแปลง เนื้อดินจับตัวกันแน่นและแข็ง สิ่งมีชีวิตในดินและแมลงที่มีประโยชน์ต่อพืชถูกทำลาย มีการสูญเสียน้ำในดิน ที่สำคัญทำให้เกิดฝุ่นละออง เถ้าเขม่า สร้างมลพิษก่อให้เกิดปัญหาหมอกควัน หรือ PM 2.5
เพื่อบรรเทาภาวะโลกร้อน ก่อนที่เกษตรกรทำนาปี จึงรณรงค์ให้ใช้วิธีไถกลบ งดการเผาตอซังข้าวและข้าวโพด เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ทำการเกษตร 1.3 ล้านไร่ มีเศษเหลือของวัสดุจากการเกษตรพวกตอซังข้าว ข้าวโพด มากถึง 400,000 ตันต่อปี หากงดการเผา ทำการเกษตรแบบไถกลบทำให้ ลดต้นทุน ไม่ทำลายดิน ลดการเผา หมดปัญหาหมอกควัน



