ข่าว

ชายแดนเข้ม24ชม.

ชายแดนเข้ม24ชม.

16 พ.ย. 2552

หลายคนคงอยากรู้ว่า หลังจากที่ “รัฐบาลไทย-รัฐบาลกัมพูชา” เกิดรอยร้าวขึ้น จะเป็นอย่างไรต่อไป

 แต่ทหารไทยในวันนี้ฐานะที่รักษาอธิปไตย โดยเฉพาะบริเวณปราสาทพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถือเป็น “จุดเปราะบาง” ที่อาจจะขยายความขัดแย้งได้ทุกเมื่อ

 ล่าสุดจากการสำรวจในพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร กองกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลัง

 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสนอให้ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ถอนกำลังบางส่วนออกจากพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร แต่ก็เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนหมุนเวียนตามวงรอบเท่านั้น

 ขณะที่บริเวณด่านบ้านคลองลึก ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยต่อการดำรงชีวิต รวมถึงเป็นจุดค้าขายระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ แต่ละวันมีเม็ดเงินหมุนเวียนวันละกว่า 100 ล้านบาท การค้าก็ยังคงดำเนินต่อไป จะมีก็เพียงความวิตกกังวลอยู่บ้างเท่านั้น

 สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังทหารในด่านบ้านคลองลึก ก็มีความสำคัญไม่น้อยเนื่องจากมีประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางผ่านเข้าออกต่อวันเป็น 1 หมื่นคน เกรงจะเกิดปัญหาของบุคคลไม่หวังดีแอบแฝงเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์

 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 โดยมี พ.อ.วสุ เจียมสุข เป็นผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 12 ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) จัดกำลังเข้าไปดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งออกมา 2 ผลัด ผลัด 12 ชั่วโมง ผลัดแรกจะรับผิดชอบตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ส่วนผลัดที่สองจะเริ่มเวลา 18.00-06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

 มีการจัดวางกำลัง 11 จุดตรวจหลัก 6 จุดสกัด 2 ด่านตรวจ โดยมีกำลังพล 68 นาย เป็นนายทหาร 2 นาย นายสิบ 12 นาย และอาสาสมัครทหารพราน 54 นาย ซึ่งจัดกำลังจากกองร้อยทหารพรานที่ 1206 กรมทหารพรานที่ 12 โดยมี ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผู้บังคับกองร้อยเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานแต่ละจุด โดยแต่ละจุดจะมีนายทหารปฏิบัติงานอยู่ 3 นาย แต่ละด่านจะมีหัวหน้าชุดรับผิดชอบตามพันธกิจ 3 ประการ

 1.การเฝ้าตรวจและป้องกันชายแดน เพื่อป้องกันกองกำลังติดอาวุธ และการรุกล้ำอธิปไตยของกองกำลังต่างชาติ
 2.รักษาสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยบริเวณชายแดน สกัดกั้น จับกุม การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ
 และ 3.การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

 จ.ส.อ.โสภณ มณีกระจ่าง หัวหน้าชุดปฏิบัติการร้อยทหารพราน 1026 กรมทหารพรานที่ 12 รับผิดชอบในการลาดตระเวนดูแลความปลอดภัย ตะโกนบอกเพื่อนให้เตรียมตัวออกปฏิบัติการลาดตระเวน โดยมีรถจักรยานยนต์คู่ใจ พร้อมอาวุธครบมือ สิ่งสำคัญขาดไม่ได้คือ “ไฟฉาย” ที่ไว้ใช้ในเวลาค่ำคืน

 จ.ส.อ.โสภณ พร้อมเพื่อนร่วม 4 นาย ขี่จักรยานยนต์ตีคู่กัน 2 คัน ดูบริเวณตามจุดตรวจต่างๆ โดยยืนยันว่าไม่หวั่นไหวต่อข่าวความขัดแย้งของรัฐบาลไทย-รัฐบาลกัมพูชา เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องรัฐบาล

 "ผมในฐานะที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ก็พร้อมที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ และมีการตรวจตราให้มีความเข้มข้นมากขึ้น และทหารของทั้งสองฝ่ายเมื่อเจอหน้ากันก็ทักทายปกติ ก็จะส่งยิ้มให้ และมีการกอดคอคุยกันอย่างเป็นกันเองโดยไม่ได้เกิดความระแวงอะไรต่อกัน"

 อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เข้มงวดและรับฟังข่าวสารจากผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือสั่งการลงมา เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ก็เข้าใจ โดยเฉพาะการทำงานของทหารพรานถือเป็นเรื่องปกติในการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

 ส.อ.ประพันธ์ หนอจันทร์แก้ว รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการร้อยทหารพราน 1026 กรมทหารพรานที่ 12 กล่าวว่า ภาพรวมไม่มีความเป็นห่วง ทหารพรานก็ปฏิบัติตามหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วยความเข้มแข็งปกติ แต่จะมีความเข้มงวดกับการเข้าออกของประชาชน หรือบุคคลต้องสงสัย โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด หรืออาวุธสงคราม

 ภารกิจ 24 ชั่วโมง ของทหารที่รักษา "รอยตะเข็บไทย-กัมพูชา" หวั่นเกิด "จุดเปราะบาง" เป็นสงคราม 

ปัญญา ทิ้วสังวาลย์