
"เงิน-อำนาจ"บาดใจคน
ไม่น่าเชื่อว่า การเมืองไทยที่ปั่นป่วนอยู่นี้ จะมีตัวละครหลักอยู่เพียงไม่กี่คน เพียงแต่คนหนึ่งนั้นเป็นถึงผู้นำประเทศกัมพูชา
ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ผู้นำประเภท ฮุน เซน นั้น จัดการยาก ยิ่งหากใช้วิธีเล่นตามตัวบทกฎหมาย หรือหลักปฏิบัติสากลด้วยแล้ว ยากที่จะไปกดดันให้ฮุน เซน ยินยอมทำอะไรต่อมิอะไรตามได้
แต่หากใช้วิธีสายตรงแล้วโวยวาย หรือขู่ว่าจะใช้กำลังเข้าจัดการเหมือนเมื่อครั้งหนึ่งที่ ทักษิณ ชินวัตร ขู่จะเอาคอมมานโดไปช่วยเหลือคนไทย เมื่อครั้งเขมรคลั่งเผาสถานทูตไทย ตรงนั้น ฮุน เซน อาจจะคิดใหม่
นักเลงหัวไม้ บางทีจัดการด้วยการส่งนักเลงหัวไม้ที่จำนวนมากกว่าไปจัดการมันสามารถสร้างความเข้าใจกันได้มากขึ้น
ตรงนี้แหละที่ทำให้ เขมร ตั้งข้อหาแค่ไปดูตารางการบิน ก็เล่นงานจับวิศวกรไทยเข้าคุก
ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว วิศวกรไทยคนนี้ทำหน้าที่ติดตั้ง-ดูแลตารางการบินอยู่แล้ว
ถึงแม้ไม่ได้คาดหวังกับระบบยุติธรรมของกัมพูชา แต่เมื่อเห็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล สมกับหลักกฎหมาย มันก็ต้องมีท่าทีบางอย่างที่รุนแรงพอๆ กับที่กัมพูชาปฏิบัติต่อคนไทย
ไม่ใช่รักชาติเกินเหตุ และไม่ได้หมายความว่าคลั่งชาติ
แต่นี่แหละคือความเป็นธรรมที่คนทั่วโลกเรียกร้องให้คนคนหนึ่ง
แม้กระทั่ง ทักษิณ เองก็พยายามเรียกร้องตรงจุดนี้
แต่เมื่อคนไทยคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ตรงนี้ถูกจับกุม กลับไม่มีแม้แต่คำพูดเพื่อให้ครอบครัววิศวกรผู้นี้อุ่นใจเลยสักนิด
หรือเป็นเพราะกลัวว่า วิศรกรผู้นี้ ล่วงรู้วัน-เวลาที่เครื่องบินทักษิณจะร่อนลงหรือผ่านน่านฟ้าไทย แล้วอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เครื่องเจ็ตเที่ยวบินพิเศษถูกสอยร่วง
ถ้ากัมพูชาเล่นใช้ "จินตนาการ" ตั้งข้อกล่าวหาเช่นนี้ สมควรอย่างยิ่งที่ทางการไทยต้องตอบโต้ พลพรรคเพื่อไทยที่เรียกร้องความยุติธรรม ความเป็นธรรมต้องออกมาเคลื่อนไหว
ที่สำคัญ "พ่อใหญ่จิ๋ว" พร้อมน้องรัก พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ ต้องสายตรงถึงฮุน เซน ถามถึงเหตุถึงผลให้ได้
จับเขาไปทำไม ?
หรือว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผน ...ที่รู้กัน
เพราะในวันนี้ต่างก็รู้กันอยู่ว่า พ่อใหญ่ ยังหวังส้มหล่น
หลังจากที่เมื่อครั้งหนึ่งที่เขาส่งวอไปรับดันปฏิเสธ สมัคร สุนทรเวช ก็เลยได้ส้มเช้งไปทั้งเข่ง นั่งเก้าอี้นายกฯ
ขนาด ทักษิณ ยังบ่นกับคนใกล้ชิด ด้วยความอึดอัดว่า "ทำไงดี พี่จิ๋ว มาขอ แต่ผมให้ ท่านสมัครไปแล้ว"
นั่นมันเรื่องแล้วไปแล้ว ...แต่ในวันนี้คือเรื่องที่ยังไม่แล้ว
ภารกิจพ่อใหญ่จิ๋วเพื่อเก้าอี้ตัวใหญ่ในประเทศยังคงดำเนินต่อ
เพราะรู้กันอยู่ว่า ถ้าทักษิณ จะกลับมานั่งเป็นนายกฯ มันต้องลบล้างคำพิพากษา ล้างมลทินให้หมด
ถ้าทำกันถึงขนาดนั้น มันก็มีเพียงประการเดียว
ล้มระบอบการปกครอง ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง
ซึ่งก็ชัดเจนแล้วว่า เรื่องฉีกรัฐธรรมนูญนั้น "ทหารใหญ่" เขาไม่ทำให้ ถึงจะ "จ่าย" ส่วนที่จำเป็น "มัดจำ" ไปแล้ว
ก็ไม่รู้ว่า ราคายังไม่ถึงใจ หรือจิตใจแกร่งกร้าว เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ...แต่ชัดเจนว่า ในวันนี้ "ทหารใหญ่" ยังไม่เอาด้วย
นั่นก็เท่ากับว่า เรื่องปฏิวัติรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ยังเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
มันก็เหลืออยู่แค่แผนเดียว นวดให้น่วม เพื่อให้มีการเจรจา ตกลงเงื่อนไขกับทักษิณ
แล้วก็ให้เผอิญว่า มีคนอย่างฮุน เซน ที่มีทั้งผลประโยชน์ร่วม และแนบแน่นกับพ่อใหญ่จิ๋ว และน้องรัก สมเด็จวิชิต ที่เคยเห็นฝีไม้ลายมือกันมาแล้วเมื่อครั้งลากเขมรแดงออกจากป่า เลิกรบ-สยบยอม ฮุน เซน ...มาวันนี้มันก็เลยไม่ใช่เรื่องยาก
ซึ่งมันก็เข้าทาง "พ่อใหญ่จิ๋ว" ที่แวดวงภายในเขายอมยกให้เป็นเจ้าทฤษฎีป่วนตัวพ่อ
สงสัยคงจะเชื่อมั่นว่า "สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ" ยิ่งสถานการณ์ที่ปั่นป่วน วีรบุรุษยิ่งโดดเด่น และได้รับการยอมรับ
ว่ากันว่า แผนดึงทหารแก่เข้าพรรค สร้างภาพต่อต้านอำมาตย์ ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผน
แต่ที่มีนักการเมืองหลายคนดิ้นรนไปพบไปหาทักษิณ ทั้งที่ดูไบ กับที่เขมร นั้นไม่เกี่ยว ..เพราะวงในเล่าว่า ที่ไปหาส่วนหนึ่งหวังน้ำเลี้ยง เพราะเชื่อว่า คนดูไบ "จ่ายจริง" ...บางรายถึงขนาดยืมเงินเพื่อนเป็นค่าเครื่องบินไปพบก็ยังมี
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เม็ดเงินยังคงไหลออกจาก 2 กระเป๋า ที่อยู่ในประเทศเรานี่แหละ
กระเป๋า "เจ๊" คนหนึ่ง และอดีตนักการเมือง "ส" อีกคนหนึ่ง
สำหรับ "เจ๊" ไม่เกี่ยงที่จะจ่าย แต่สำหรับ "ส" พักหลังนี่ไม่แน่ใจว่าจ่ายเพราะ "อยากจ่าย" หรือ "จำใจจ่าย" เพราะเป็นเงินที่คนดูไบฝากเอาไว้
ว่ากันว่าคนดูไบ ตอนนี้ก็ร่อยหรอ ถ้าไม่ได้ "เจ๊" และ "ส" ก็คงจะยุ่ง
เห็นกันชัดๆ ก็คือ แดงที่ค่อยๆ ลดความแรง และนับวันจะโรยรา เพราะแกนนำเริ่มล้าไร้น้ำเลี้ยง
ลำดับเครือข่ายชัดๆ กันอย่างนี้ ก็พอจะเห็นขุมพลังของคนดูไบที่เลือกใช้จุดอ่อนของคนเป็นประโยชน์
"เงิน-อำนาจ" มันหอมหวนยวนยั่งกิเลสคนได้ทุกยุคทุกสมัย
ศรายุทธ สายคำมี



