ข่าว

หวั่นสินค้าคุณภาพต่ำทะลักเข้าไทยหลังเปิดเสรีอาเซียน-จีน1ม.ค.53 นี้

หวั่นสินค้าคุณภาพต่ำทะลักเข้าไทยหลังเปิดเสรีอาเซียน-จีน1ม.ค.53 นี้

16 พ.ย. 2552

ส.อ.ท.หวั่นสินค้าคุณภาพต่ำทะลักเข้าไทย หลังเอฟทีเออาเซียน-จีน มีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2553 จี้รัฐเพิ่มมาตรฐานสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ขณะนี้จีนมีมาตรการกีดกันสินค้านำเข้าแล้ว กระทบผู้ส่งออกสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ของไทย

 นายขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-จีน ที่จะมีผลวันที่ 1 มกราคม 2553 นั้นจะทำให้สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐยังไม่มีมาตรการป้องกันสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพจากจีน เนื่องจากกังวลว่าหากกำหนดมาตรฐานสินค้าเพื่อป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทย เพราะต้องบังคับใช้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศด้วย

 อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.เห็นว่า การกำหนดมาตรฐานที่สูงขึ้นจะช่วยยกระดับเทคโนโลยีการผลิตของเอสเอ็มอี และเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ควรพิจารณากำหนดมาตรฐานสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

 "ขณะนี้จีนออกมาตรการกีดกันการค้ามากขึ้น โดยกระทรวงอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน เตรียมประกาศบัญชีรายชื่อสินค้าควบคุมตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของจีน 3 กลุ่ม ได้แก่ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องรับโทรศัพท์ทั้งแบบมีสายและไร้สาย เครื่องพิมพ์ที่ต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งหากมาตรฐานดังกล่าวออกมาผู้ผลิตต้องปฏิบัติตาม โดยส่งสินค้าให้หน่วยงานของจีนประเมินผลก่อน สินค้าจึงจะเข้าไปจีนได้"

 นายขัติยา กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการไทยคาดไว้แล้วว่า จีนจะมีมาตรการดังกล่าวกีดกันสินค้านำเข้า โดยมาตรฐานดังกล่าวไม่กระทบกับผู้ส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เพราะเป็นมาตรฐานเดียวกับสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งผู้ผลิตไทยปฏิบัติตามมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ก็เห็นว่าภาครัฐไม่ควรปล่อยให้ต่างประเทศกำหนดมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (เอ็นบีที) ฝ่ายเดียว เพราะปัจจุบันมีเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพไม่ได้มาตรฐานจากจีนเข้ามาในไทยจำนวนมาก

 นอกจากนี้ เอฟทีเออาเซียน-จีน และการตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้จีนและอาเซียนส่งสินค้าเข้ามาในไทยได้มากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรปรับตัว ขณะที่ภาครัฐควรมีมาตรการสนับสนุนผู้ผลิตสินค้าให้เข้มแข็ง โดยขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างภาษีสินค้านำเข้าคาดดำเนินการเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งภาคเอกชนต้องการให้กระทรวงคลังปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาจะเน้นลดภาษีสินค้าสำเร็จรูป ส่งผลให้สินค้าที่ผลิตในไทยมีราคาสูงกว่าสินค้าสำเร็จรูปนำเข้า

 "กลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้ส่งหนังสือให้กระทรวงการคลังยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำคัญ 10 รายการ เช่น กระดาษฉนวนสำหรับผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า แบตเตอรี่ในอุตสาหกรรมไฟฟ้า คอปเปอร์แคโทด ซึ่งถ้ายกเว้นภาษีวัตถุดิบจะทำให้ผู้ประกอบการมีขีดแข่งขันรองรับสินค้าจากต่างประเทศได้ดีขึ้น" นายขัติยากล่าว